สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
Search
color contrast
Normal
Black & White
Black & Yellow
font size
facebook niathailand twitter niathailand youtube niathailand line niathailand

เปิดโผ 6 อันดับสตาร์ทอัพไทย อุตสาหกรรมไหนมาแรง

เปิดโผ 6 อันดับสตาร์ทอัพไทย อุตสาหกรรมไหนมาแรง 

ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงปลายปี 2022 กันแล้ว ซึ่งภายในปีนี้ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นการที่รัฐฯ ประกาศคลายล็อกดาวน์เพื่อเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว ตามมาด้วยภาคอุตสาหกรรมที่เริ่มทยอยกลับมาฟื้นตัว และกลุ่มผู้บริโภคที่กล้าจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น ในช่วงนี้จึงถือเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการสรุปภาพรวมระบบนิเวศของสตาร์ทอัพไทย ว่า ‘อุตสาหกรรมรูปแบบไหนมาแรงหรือน่าจับตามองที่สุด’ โดยอิงจากหนังสือ Startup Guide Thailand เล่มใหม่ล่าสุดที่ NIA เพิ่งออกมาให้ทุกคนได้อ่านกัน

มาเริ่มกันที่อุตสาหกรรมที่มีการเติบโตมากถึง 26% ได้แก่ อุตสาหกรรมใน Business Services ซึ่งสัดส่วนสูงสุดยังคงอยู่ที่ภาคบริการอันเป็นจุดแข็งของภาคเอกชนในไทย คาดการณ์แนวโน้มธุรกิจบริการต่างๆ ยังมีโอกาสเติบโตสูงขึ้นอีกในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจด้านขนส่ง โลจิสติกส์ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจาก E - Commerce ที่ผู้คนหันมาใช้บริการซื้อขายสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น จนเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้บริการขนส่ง ต้องคิดค้นหากลยุทธ์เพื่อใช้เทคโนโลยีเข้ามาสร้างจุดแข็งในการแข่งขัน ตัวอย่างสตาร์ทอัพ ได้แก่ Flash, SHIPPOP, SKOOTAR ฯลฯ

ส่วนอุตสาหกรรมที่เติบโตรองลงมาอยู่ที่ 11% ได้แก่ อุตสาหกรรม PropTech, UrbanTech และ MARTech ซึ่งเมื่อภาคอสังหาริมทรัพย์กลับมาฟื้นตัวหลังช่วงโควิด จึงเริ่มมีนโยบายเพื่อดึงดูดการลงทุน โดยใช้เทคโนโลยีในการสร้างนวัตกรรม อำนวยความสะดวกให้สามารถดำเนินกิจกรรมทุกขั้นตอนผ่านระบบออนไลน์ ที่ครอบคลุมตั้งแต่การค้นหา จอง เช่า ซื้อขาย ไปจนถึงการทำให้บ้านสามารถสั่งการได้ผ่านแอปพลิเคชันง่ายๆ รับกับเทรนด์บ้านอัจฉริยะ และยังมีบริการหลังการขายที่ทุกคนสามารถรายงานปัญหา หรือบอกต่อข้อมูลข่าวสารความเป็นไปต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายที่สุด ตัวอย่างสตาร์ทอัพ ได้แก่ PropertyScout, Baania, ENRES ฯลฯ

ต่อกันที่การเติบโตในสัดส่วน 11% เท่ากันจากฝั่งอุตสาหกรรมบันเทิง หรือ MARTech (Music, Art and Recreation Technology) ซึ่งเป็นไปอย่างที่หลายคนเห็นในช่วงครึ่งปีหลังที่มีการจัดงานศิลปะ งานอีเวนต์ และคอนเสิร์ตต่างๆ อย่างไม่ขาดสาย จนเกิดเป็นแฮชแท็กดังอย่าง #กรุงเทพเมืองคอนเสิร์ต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลมาจากการขยายตัวของโลกยุคดิจิทัล ที่ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงคอนเทนต์ความบันเทิงได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Music Streaming, Video Content หรือแม้แต่ Online Gaming ประกอบกับสถานการณ์โควิดที่เริ่มเบาบางลง จึงช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจด้านดนตรี ศิลปะและนันทนาการค่อยๆ กลับมามีสีสันที่น่าสนใจขึ้นอีกครั้ง ตัวอย่างสตาร์ทอัพ ได้แก่ Event Banana, Fungjai, Tellscore ฯลฯ

ตามมาด้วยธุรกิจอุตสาหกรรมในกลุ่ม Lifestyle และ DeepTech ที่เติบโตในสัดส่วน 10% ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ ผู้คนจึงเริ่มกลับมาจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น ทำให้ธุรกิจกลุ่ม Lifestyle ได้รับผลประโยชน์ในด้านการเติบโตควบคู่กันไปด้วย โดยรายได้จากการขายและบริการของกลุ่มธุรกิจ Lifestyle นี้จะค่อนข้างโดดเด่นจากธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ตัวอย่างสตาร์ทอัพ ได้แก่ Ookbee, Pomelo, Gowabi ฯลฯ

ส่วนการเติบโตของอุตสาหกรรม ด้าน DeepTech ที่ NIA ส่งเสริมและให้การสนับสนุนนั้น ส่งผลให้มีสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรมนี้เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน เพราะการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเชิงลึกจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทยเพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศเศรษฐกิจระดับกลางได้ DeepTech จึงถือเป็นความหวังใหม่ในการดึงดูดนักลงทุน โดยรัฐบาลมีการผลักดันอย่างจริงจัง เช่น การยกเว้น Capital Gains Tax ให้กับนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในสตาร์ทอัพไทย SMART Visa ซึ่งเป็นวีซ่าประเภทพิเศษที่ NIA ร่วมกับ BOI ออกแบบมาเพื่อดึงดูดสตาร์ทอัพชาวต่างชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้บริหารระดับสูงและนักลงทุนต่างชาติ ตัวอย่างสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรม ด้าน DeepTech ได้แก่ Gensurv, OZT Robotics, Verily Vision

สุดท้ายได้แก่ อุตสาหกรรมกลุ่ม FinTech ที่เติบโตในสัดส่วน 9% โดยกระแสของ FinTech ยังคงได้รับความนิยมอยู่แม้จะมีช่วงขาขึ้น-ขาลงของตลาด เนื่องจากเป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับแรงหนุนสำคัญจากธนาคาร บวกกับการเติบโตของดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตของผู้คน ทำให้เกิดการปรับปรุงรูปแบบกิจกรรมทางการเงินให้มีความสะดวกสบาย เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภค ธนาคาร หรือนักลงทุน ตัวอย่างสตาร์ทอัพ ได้แก่ Jitta, Bitkub, Claim Di ฯลฯ

นี่เป็นเพียงบางส่วนของสตาร์ทอัพไทยในอุตสาหกรรมที่มีตัวเลขการเติบโตติดอันดับ Top 6 เท่านั้น ยังมีสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกมากที่เริ่มทยอยไต่อันดับขึ้นมา นับเป็นสัญญาณที่ดีของระบบนิเวศนวัตกรรมไทยที่มีการเติบโตสูงขึ้นทุกปี ซึ่งในปี 2023 นี้ ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ทุกภาคส่วนต้องเตรียมเฝ้าติดตามว่าสตาร์ทอัพไทยจะเติบโตไปได้ไกลแค่ไหนในยุค Technology Disruption ที่มีความผันผวนมากมายนี้ ซึ่งต้องรอติดตามไปพร้อมๆ กัน

อ่านสรุปข้อมูลระบบนิเวศของนวัตกรรมไทยเพิ่มเติมได้ที่ Startup Guide Thailand https://www.nia.or.th/bookshelf/view/232

อ้างอิงข้อมูลจาก :
https://thematter.co/science-tech/urbantech-for-better-life/18888
https://thestandard.co/lifestyle-living-sc-asset-prop-tech-01/
https://www.bangkokbanksme.com/en/startup-martech-music
https://www.bangkokbanksme.com/en/5info-what-is-deep-tech
https://www.brandbuffet.in.th/2022/08/or-reported-revenue-growth-during-the-first-half-year-2022/
https://techsauce.co/tech-and-biz/deep-tech-change-the-world
https://www.wealthythai.com/en/updates/mutual-funds/fun-of-funds/6599
https://www.krungsri.com/th/research/industry/summary-outlook/outlook-2022-2024