homekeyboard_arrow_right"สต็อกโฮล์ม" จากต้นกำเนิดวง ABBA สู่เมืองหลวงสตาร์ทอัพคนดนตรี

"สต็อกโฮล์ม" จากต้นกำเนิดวง ABBA สู่เมืองหลวงสตาร์ทอัพคนดนตรี

นอกจากจะเป็นที่รู้จักกันในชื่อดินแดนแห่งไวกิ้งแล้ว เบื้องหลังเมืองหลวงแสนสงบแห่งราชอาณาจักรสวีเดนอย่าง “สต็อกโฮล์ม” ยังเป็นบ้านเกิดของเหล่าสตาร์ทอัพด้านดนตรี (MusicTech) ระดับโลกที่เราทุกคนคุ้นเคยและใช้กันอยู่เป็นประจำอย่าง Spotify  Skype และ SoundCloud อีกด้วย


หลายคนอาจเข้าใจว่าแอปพลิเคชันดังๆ มักมีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกาอย่างเดียว แต่หากมองในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับดนตรีแล้ว สต็อกโฮล์มถือว่ามีความโดดเด่นมาก โดยหากเปรียบเทียบสัดส่วนการลงทุนธุรกิจสตาร์ทอัพในสต็อกโฮล์มแล้ว จะพบว่าเงินลงทุนในสตาร์ทอัพด้านดนตรีนั้นมีมูลค่าสูงถึง 555 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 62% จากการลงทุนทั้งหมดเลยทีเดียว… แล้วปัจจัยอะไรล่ะที่ทำให้ MusicTech ในสต็อกโฮล์ม โตแบบก้าวกระโดดได้ขนาดนี้?


ส่วนหนึ่งคงต้องยกความดีความชอบให้กับระบบการศึกษาด้านดนตรีที่มีคุณภาพ ซึ่งสนับสนุนให้เยาวชนมีโอกาสเรียนรู้ในสิ่งที่ตนสนใจในราคาย่อมเยา (เพียง 100 เหรียญสหรัฐ/เทอม) และเปิดให้นักเรียนยืมเครื่องดนตรีไปฝึกซ้อมได้ในราคาถูก อีกทั้งยังมีการให้ทุนการศึกษาแบบเต็มจำนวนสำหรับคนที่เอาจริงเอาจังด้านนี้ จนทำให้สต็อกโฮล์มมีผลิตผลคนดนตรีเก่งๆ เข้าสู่วงการจำนวนมาก เช่น ABBA Robyn Avicii และ Swedish House Mafia รวมไปถึงคนเบื้องหลังงานดนตรี และเหล่าสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่หลงใหลใน MusicTech


ถัดจากด้านดนตรีแล้ว “ทักษะภาษาอังกฤษ” ก็เป็นอีกเรื่องที่ชาวสวีเดนให้ความสำคัญ โดยโรงเรียนจะเริ่มสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆ ตั้งแต่วัยประถม (อายุ 7 – 8 ปี) โดยโฟกัสเรื่องการสื่อสาร สนทนา มากกว่าหลักแกรมม่า นอกจากนี้ สวีเดนยังมีนโยบายส่งเสริมภาษาอังกฤษผ่านสื่ออย่างจริงจัง เพราะทั้งรายการโทรทัศน์ ข่าว ภาพยนตร์ ซีรีส์ หนังสือ ฯลฯ แทบทั้งหมดจะเป็นภาษาอังกฤษ ส่งผลให้ประชากรสวีเดนถึง 89% สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับดีมาก ซึ่งเป็นผลดีต่อการทำธุรกิจสตาร์ทอัพที่จำเป็นต้องใช้ทักษะการสื่อสารเพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากเหล่านักธุรกิจทั่วโลก


ขณะที่รัฐบาลสวีเดนเองก็มีวิสัยทัศน์กว้างไกล โดยมุ่งส่งเสริม Startup Ecosystem ในประเทศ ทั้งนโยบายเปิดรับการลงทุนจากเอกชนและต่างประเทศ ซึ่งแต่ก่อนเคยถูกผูกขาดแค่รัฐบาลเท่านั้น การลดภาษีบริษัทสตาร์ทอัพ ซึ่งเป็นมิตรกับสตาร์ทอัพขนาดเล็กที่มีความสามารถแต่ยังไม่แข็งแรงเท่าบริษัทใหญ่ จนส่งผลให้สตาร์ทอัพสาย MusicTech จากหลากหลายประเทศมารวมตัวกันสร้าง Shared Community Space ในสต็อกโฮล์ม เช่น Sup46 STHLM Music House และ Amplify 


รวมถึง Swedish Art Council ที่ดูแลงานด้านดนตรีและศิลปะ ยังทุ่มงบประมาณถึง 45 ล้านเหรียญสหรัฐในทุกปี เพื่อพัฒนางานดนตรีในประเทศ ทั้งส่งเสริมกลุ่มศิลปิน องค์กรรัฐและอิสระด้านดนตรี สถานที่จัดกิจกรรมทางดนตรีอย่างคอนเสิร์ต และกิจกรรมด้าน MusicTech เช่นงาน Rikskonserter และ Music Tech Fest ฯลฯ ซึ่งไม่ได้จัดขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่แฝงไว้ด้วยอุดมการณ์สำคัญในการเผยแพร่และพัฒนาความหลากหลายของดนตรีให้เข้าถึงและเป็นที่สนใจของคนทุกเพศ ทุกวัย ในระดับสากล


ทั้งหมดนี้เป็นส่วนผสมที่ทำให้ “สต็อกโฮล์ม” ติดอันดับ 2 เมืองที่เป็นมิตรต่อธุรกิจสตาร์ทอัพและเหล่าบริษัทด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นรองจาก Silicon Valley เท่านั้น รวมทั้งได้ชื่อว่าเป็นฐานสำคัญด้านการพัฒนาดนตรี (Music Capital) ของโลกอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดความร่วมมือของทุกคนในประเทศ โดยปัจจุบันสต็อกโฮล์มเป็นศูนย์รวมกว่า 50 สตาร์ทอัพสาย MusicTech ทั้งอุปกรณ์และแก็ดเจ็ตดนตรีสุดล้ำ สตาร์ทอัพด้านซอฟต์แวร์และโปรดักชันเพลงดิจิทัล ตลอดจนสตาร์ทอัพด้านลิขสิทธิ์และการจัดการงานดนตรีดิจิทัล ที่มีบทบาทกับวงการดนตรีไปทั่วโลก