Ribbon
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
Search
color contrast
Normal
Black & White
Black & Yellow
font size

ออจ๋าคราฟต์ AuJaa' Craft” เมื่อกลุ่มคนพิเศษใช้หัวใจเป็นปลายพู่กัน และใช้ AI เป็นด้ามพู่กันของงานศิลปะ

19 พฤษภาคม 2569 883

ออจ๋าคราฟต์ AuJaa' Craft”
เมื่อกลุ่มคนพิเศษใช้หัวใจเป็นปลายพู่กัน และใช้ AI เป็นด้ามพู่กันของงานศิลปะ

ในโลกที่ AI กำลังถูกตั้งคำถามว่าจะมาแทนที่มนุษย์ได้มากน้อยเพียงใด เรากลับพบว่ายังมีกลุ่ม ออจ๋า คราฟต์ (AuJaa' Craft) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ขายงานหัตถกรรมสีธรรมชาติ จากฝีมือของเด็กออทิสติก และดูแลโดยกลุ่มผู้ปกครองของพวกเขา ที่ทำให้เราได้พบคำตอบที่ต่างออกไป งานศิลปะที่มีความพิเศษด้วยตัวเองอยู่แล้ว กลับขายได้จริง และขายได้มากขึ้น จากการนำ AI และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต กลายเป็นงานศิลปะที่ไม่ใช่แค่สวยงาม แต่คือการให้แง่คิดกับเราว่า...เทคโนโลยีนั้น สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อทำให้ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังได้เช่นกัน

คุณดวงพร  อ่อนหวาน
โครงการ “สานใจสร้างสรรค์: แพลตฟอร์ม AuJaa’ Craft สู่ระบบกลางการค้าออนไลน์ชุมชน”

ออจ๋าคราฟต์ คือพื้นที่ฝึกทักษะอาชีพ ทักษะทางสังคม และทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ให้กับบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ประกอบด้วยผู้พิการออทิสติก ทางสติปัญญา และเรียนรู้ช้า ให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างใกล้เคียงปกติหรือปกติ และมีรายได้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จนปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 100 คน ดำเนินงานผ่านแนวคิดที่ว่า เงินบริจาคหรือเงินกองทุน จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกลุ่มเท่านั้น และจะไม่รับฝากเด็ก แต่จะฝึกอาชีพ และสร้างความภาคภูมิใจให้เด็กพิเศษภูมิใจในคุณค่าของตนเอง ซึ่งนี่คือการสร้างความยั่งยืนที่แท้จริงในระยะยาว นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดวงพร อ่อนหวาน และครอบครัวออทิสติกในจังหวัดเชียงใหม่


อาจารย์ดวงพรเล่าให้เราฟังว่า “เมื่อเกษียณอายุแล้ว ก็ได้ถอดหัวโขนทุกอย่างออก แต่อย่างเดียวที่ถอดไม่ได้ คือการมีลูกเป็นเด็กพิเศษหรือออทิสติก นำมาสู่คำถามที่ว่า ลูกที่เป็นเด็กออทิสติกจะอยู่อย่างไร เมื่อเราแก่ตัวลง? และนี่คือแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลัง จึงได้เริ่มก่อตั้งกลุ่ม ออจ๋าคราฟต์ ที่มาจากคำว่า ออทิสติก รวมกับคำว่า จ๋า ที่เป็นคำสร้อยต่อท้ายเวลาเรียกลูกสาว ... เพื่อให้กลุ่ม ออจ๋าคราฟต์ เป็นพื้นที่ฝึกทักษะอาชีพ  ทักษะทางสังคม และทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ให้กับบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้พิการออทิสติก ทางสติปัญญา และเรียนรู้ช้า ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อให้ เด็ก ๆ เหล่านี้ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างใกล้เคียงปกติหรือปกติมากที่สุด และที่สำคัญต้องมีรายได้ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยมีลูกสาว หรือ น้องป๋อมแป๋ม ซึ่งเป็นเด็กพิเศษที่มีความเป็นศิลปิน ทั้งงานปั้น วาดภาพ และการเต้นมาตั้งแต่เด็ก เป็นพลังหลักในการก่อตั้งกลุ่ม และเป็นผู้ช่วยให้เพื่อน ๆ กลุ่มเด็กพิเศษอื่น ๆ เห็นว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ และไม่ยากเกินความสามารถ”


“ถึงแม้ว่า น้องป๋อมแป๋ม จะอยู่ในระบบการเรียนร่วมกับนักเรียนในโรงเรียนปกติทั่วไปมาตลอด แต่เมื่อวันที่ต้องเลือกเส้นทางอนาคตจริง ๆ แล้ว อาจารย์มองว่า การเรียนต่อในสายอาชีพ น่าจะเกิดประโยชน์กับลูกสาวในระยะยาวมากกว่า ประกอบกับที่น้องป๋อมแป๋มถูกปลูกฝังเรื่องศิลปะมาตั้งแต่เล็ก พร้อมกับในชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดเชียงใหม่ก็มีเด็ก ๆ หลายคนที่มีความโดดเด่นทางด้านงานศิลปะ ไม่ว่าจะงานวาดภาพ งานมัดย้อม หรืองานสกรีนเสื้อ เด็กพิเศษเหล่านี้ก็สามารถทำได้สวยงาม เมื่ออาจารย์ได้รับเลือกมาเป็นประธานชมรมฯ เมื่อ พ.ศ. 2563 จึงได้เริ่มเสริมศักยภาพส่วนนี้ให้มีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่ทักษะอาชีพอิสระ เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถดูแลตัวเองได้ในระยะยาว เริ่มต้นจากงานมัดย้อมผ้า ย้อมเส้นใยสีธรรมชาติ จนมาถึงงานถัก-งานปัก ซึ่งผู้ปกครองของเด็ก ๆ ก็สามารถมามีส่วนร่วม และสนุกไปกับเด็ก ๆ พร้อมสร้างรายได้ให้กลุ่มได้เช่นกัน และปัจจุบันได้จดแจ้งเป็นกลุ่มกิจการเพื่อสังคมเรียบร้อยแล้ว” อาจารย์ดวงพร เล่าถึงลำดับเหตุการณ์ที่ผ่านมาให้เราฟัง พร้อมกับแชร์ประเด็นท้าทายว่า...

“เมื่อพูดถึงการทำอะไรสักอย่างให้เป็นธุรกิจได้นั้น ย่อมไม่ง่าย และมีความท้าทายรออยู่ตลอด ความท้าทายของการเริ่มต้นนั้น คือทางกลุ่มยังไม่ได้เรียนรู้เทคนิคเชิงลึกในการผลิตงานทำมือ สินค้าชุดแรกที่เป็นการย้อมสีธรรมชาติจึงซีดจางเร็ว แต่เราก็หาวิธีแก้ไขจนผ่านปัญหานั้นมาได้  ปัญหาต่อมาก็พบว่า สินค้าที่ในกลุ่มทำมือนั้นมีความหลากหลายมาก เมื่อกลุ่มไม่มีระบบการจัดการที่ชัดเจนทั้งกระบวนการจัดการการผลิตและสต็อกสินค้า ส่งผลให้ปริมาณสินค้าไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด จนตัดสินใจว่าต้องหาระบบการจัดการและ AI เข้ามาช่วย” โดยอาจารย์ดวงพรเล่าให้เราฟังต่อว่า “เวลาเรามอบหมายให้เด็ก ๆ ผลิตงานปักรูปสัตว์ บางทีทุกคนก็ใจตรงกัน ปักช้างคล้าย ๆ กัน มาคนละ 5 ตัว รวมกันเป็น 50 ตัว แล้วก็ต้องมานับใหม่ทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลังจบกิจกรรม และบางทีเราอยากรู้ปริมาณสินค้า ก็ต้องนับ 2 รอบก็มี ... จึงเป็นที่มาของการขอรับทุนสนับสนุนผลงานนวัตกรรมเพื่อสังคม  ผ่านหน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม (SID) ประจำพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 1 โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ที่ให้ทุนเริ่มต้นเพื่อมาทดลองแนวคิดและสร้างนวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหาการจัดการสต็อกสินค้า และการทดลองใช้ AI ในการช่วย Generate ภาพวาดตามลายเส้นของเด็กออทิสติก ให้คมชัด สกรีนง่าย เปรียบ AI เหมือน ด้ามพู่กัน ที่ใช้กำกับทิศทาง ส่วนทักษะของน้อง ๆ คือ ฝีแปรง ที่ระบายความรู้สึกลงไป ด้วยระบบการออกแบบและการจัดการสต็อก ทำให้เราขายได้มากขึ้น และเรารู้ความต้องการของกลุ่มลูกค้าผ่านตัวเลขสถิติหลังบ้าน ซึ่งสินค้าที่ขายได้ดีของเราคือ เสื้อปักลวดลายสัตว์ กระเป๋าถัก และพวงกุญแจ”

 “ตอนแรกผู้ปกครองหลาย ๆ ท่านก็คิดว่า มันยากมาก กว่าจะเรียนรู้เทคนิคนี้ได้ แต่อาจารย์ก็ให้แนวคิดว่า ถ้ามันง่าย แล้วเราจะไปขายใคร ใคร ๆ ก็ทำได้หมด ประโยคนี้ทำให้เราเปลี่ยน Mindset ของผู้ปกครอง และเริ่มลองให้เด็กในชมรมค่อย ๆ ฝึกกันไปทีละนิด ช่วงต้นของการเรียนรู้ ก็เป็นธรรมดาที่ชิ้นงานของเราจะยังไม่เนี้ยบ แต่เราไม่ท้อ เราฝึกมาเรื่อย ๆ จนปัจจุบันสินค้าเราขายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากประเทศจีน ญี่ปุ่น และยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจค่อนข้างมาก”

จากการไม่หยุดพัฒนา ทำให้ตอนนี้ทางกลุ่มสามารถพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมาก และเปลี่ยนจาก ผู้เรียน มาเป็น ผู้ให้ความรู้ และพร้อมถ่ายทอดไปยังกลุ่มอื่น ๆ ได้แล้ว อาจารย์ดวงพรเล่าแผนการดำเนินงานขั้นต่อไปให้เราฟังว่า... “นวัตกรรมปัจจุบันที่อยู่ระหว่างการพัฒนา คือ ระบบการจัดการสต็อก ระบบตรวจสอบบัญชี และความแม่นยำของจำนวนสินค้า ด้วยการยึดแนวคิด Centralized Hub คือการเป็นระบบกลางที่รองรับสินค้าจากเครือข่ายชุมชนอื่น เข้ามารวมในถังข้อมูลเดียวเพื่อทำการตลาดร่วมกัน โดยออกแบบให้รองรับ multi-tenancy เพื่อให้ชุมชนอื่น ๆ สามารถนำโครงสร้างนี้ ไปใช้ซ้ำได้ทันที โดยปัจจุบันมีกลุ่มเครือข่ายจากทั้งจังหวัดเชียงราย และจังหวัดแพร่ แสดงความสนใจเพราะมีปัญหาคล้ายกัน อีกทั้งยังส่งเสริมการบูรณาการการออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วย AI เชิงลึก เพื่อยกระดับศักยภาพของสมาชิกและชุมชนให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้หลากหลายมากขึ้น พร้อมสำหรับการขยายออกสู่ตลาดในอนาคต เพราะมีอีกหลายกลุ่มที่มีสินค้าน่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดพะเยา และจังหวัดตาก รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์บนดอยสูง ที่มีงานทออันเป็นเอกลักษณ์ และน่าสนใจ ... โดยแรกเริ่มอาจจะโฟกัสที่ภาคเหนือ แต่กลุ่มของเราก็มีความตั้งใจที่จะนำแพลตฟอร์มนี้ขยายไปใช้ทั่วประเทศ”

ก่อนจากกันไป อาจารย์ดวงพรก็ได้ฝากข้อความ เพื่อให้เข้าใจกลุ่มเด็ก ๆ มากขึ้นไว้ดังนี้ “สินค้าจากคนกลุ่มนี้ ซึ่งหมายรวมทั้งเด็กออทิสติก ทางสติปัญญา หรือเรียนรู้ช้า เป็นผลงานที่ทำออกมากจากใจเด็กทุกคนจริง ๆ เด็กเหล่านี้มีโอกาสได้รับการฝึกพัฒนาการมาเป็นอย่างดี เด็กออทิสติกส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีความสามารถ แต่อาจจะต้องการความเข้าใจ ใส่ใจ และฝึกพัฒนาการให้เป็นพิเศษ จำเป็นต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือ หรือการจัดการศึกษา หรือบริการทางวิชาการ และวิชาชีพเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถพัฒนาศักยภาพของตนเอง และดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข เรื่องเล็ก ๆ บางเรื่องที่คนทั่วไปทำได้ง่าย ๆ อาจจะเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้สำหรับกลุ่มนี้ ไม่มีใครอยากเกิดมาแล้วถูกเรียกว่าเป็นเด็กออทิสติก หรือเด็กพิเศษ แต่ที่จริงแล้วน้อง ๆ มีความสามารถมากมาย โดยเฉพาะด้านศิลปะ อยากจะให้ลองเปิดใจ และเชื่อมั่นว่า เด็กออทิสติกพัฒนาได้ ถ้ามีโอกาส


“นอกจากนี้ ยังอยากเป็นกำลังใจให้หลาย ๆ กลุ่มที่ทำงานกับกลุ่มเปราะบาง เราเข้าใจว่าเค้าต้องใช้ทั้งแรงกายแรงใจในการทำงาน แต่อย่าท้อถอย เราสามารถพัฒนาสิ่งที่เราตั้งใจได้เสมอ AuJaa’ Craft กว่าจะมีวันนี้ก็ผ่านมาทุกรูปแบบ ซึ่งก็ต้องขอบคุณ NIA มาก ๆ อาจารย์มองว่าการขอรับการสนับสนุนจาก NIA ผู้ขอต้องเข้ามาทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ของทุนนั้น ๆ ก่อน อาจารย์ว่าทุกคนมีโอกาสได้รับการสนับสนุน ... จากทุนเริ่มต้นของ SID ปัจจุบันเรานำปัญหาที่พบมาคิดนวัตกรรมที่ใหญ่ขึ้น เพื่อสร้างแพลตฟอร์มอย่างที่กล่าวไป ต้องขอขอบคุณ NIA ที่เห็นความสำคัญของกลุ่มเปราะบาง และไม่ละเลยปัญหาที่ธุรกิจทั่วไปอาจจะมองว่าเล็กน้อย แต่กลับกลุ่มผู้ปกครองเด็กพิเศษที่ต้องจัดการทั้ง อารมณ์ ความเป็นอยู่ สุขภาพ ทั้งของเด็กและของตัวเอง การมีนวัตกรรมเพื่อจัดการระบบสินค้าหลังบ้านเพื่อขายออนไลน์ มันช่วยยกระดับความสามารถของกลุ่มเราได้จริง ๆ เรามั่นใจว่าสินค้าของเรา มีคุณภาพ และใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน หลังจากนี้ หากใครเห็นสินค้าของ AuJaa’ Craft ก็อย่าลืมแวะเข้ามาทักทาย หรือสามารถพูดคุยกับเด็ก ๆ ผ่านเพจ Facebook: AuJaa'Craft ได้เช่นกันนะคะ”

จากการที่เราได้เห็นสินค้าของกลุ่มมาแล้ว เราสามารถยืนยันได้เลยว่า การอุดหนุนสินค้าจาก AuJaa’ Craft 1 ชิ้น อาจจะไม่ใช่แค่การซื้อเสื้อผ้า หรือกระเป๋า แต่คือการเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ว่า ความแตกต่างสามารถสร้างสิ่งที่งดงามได้เสมอ และผู้บริโภคก็ไม่ได้ซื้อเพราะความสงสาร แต่ซื้อเพราะผลงานของน้องมีคุณค่าอย่างแท้จริง



 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:

  • บริษัท สานใจสร้างสรรค์ จำกัด
  • โทรศัพท์: 081-960 1789 หรือ 089-700 4396 
  • อีเมล: [email protected]  
  • Facebook Page: AuJaa'Craft
  • https://www.facebook.com/AuJaaCraft    


สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
นางสาวพิชญาภา  ศิริรัตน์
นักพัฒนานวัตกรรม
ฝ่ายสนับสนุนการเงินนวัตกรรมรายพื้นที่ NIA