homekeyboard_arrow_right5G คลื่นลูกใหม่ของธุรกิจ Entertainment

5G คลื่นลูกใหม่ของธุรกิจ Entertainment

การเกิดขึ้นของเทคโนโลยี 5G อาจไม่ใช่เรื่องน่าตื่นตูมสักเท่าไรสำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต เพื่อดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกม วันละไม่กี่ชั่วโมง แต่ถ้าหากถามคนในแวดวงธุรกิจที่ต้องอาศัยสัญญาณไร้สาย (Wireless Network) เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจบันเทิงและสตาร์ทอัพสาย MARTech ในยุคปัจจุบันแล้วล่ะก็ การเข้ามาของ 5G อาจจะทำให้พวกเขาตื่นเต้นยิ่งกว่าการกระโดดบันจี้จัมพ์เลยก็ได้!


เพราะเทคโนโลยี 5G นั้น ไม่ใช่แค่การเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตเพื่อแก้ปัญหา “เน็ตอืด เน็ตกระตุก” ตามปัญหาผู้ใช้งานทั่วไป แต่เป็นการพัฒนาสัญญาณการรับ-ส่งให้เสถียรขึ้น และว่องไวขึ้นกว่า 4G อย่างชัดเจน โดยมีการคาดการณ์ว่า 5G จะเข้ามาช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเชิงไอเดีย รวมถึงขยายโอกาสให้กลุ่มธุรกิจบันเทิงและสตาร์ทอัพสาย MARTech สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคได้ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน


เป็นต้นว่าในอนาคตเราจะสามารถดูสตรีมมิ่งสดผ่านสัญญาณ 5G บนมือถือได้ไม่ต่างกับการใช้ Wi-Fi บ้าน ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต แมทช์กีฬาสำคัญ หรือไลฟ์พรีเมียร์ภาพยนตร์ ก็สามารถรับชมได้พร้อมกันกับคนทั่วโลกแบบไม่มีกระตุก ไม่มีดีเลย์ เช่นตัวอย่างในต่างประเทศที่เตรียมสตรีมมิ่งคอนเสิร์ตผ่าน Snapchat หรือเร็วๆ นี้ กับการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ซึ่งมีข่าวแว่วมาว่าจะเปิดให้ผู้ที่มีอุปกรณ์รับชม VR สามารถดูการแข่งขันแบบ 3D Real-time ได้ที่บ้าน


นอกจากนี้ เราจะได้เห็นกิมมิคใหม่ๆ ที่มาเพิ่มสีสันให้กับกิจกรรมด้านความบันเทิง เช่น คอนเสิร์ตโฮโลแกรม ที่ชุบชีวิตศิลปินผู้ล่วงลับให้กลับมาแสดงบนเวทีได้อีกครั้ง AR สินค้าแฟชั่น ที่แค่หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาส่อง ก็เหมือนกับเราได้ลองสวมใส่จริง แม้ไม่ได้ไปที่ร้าน รวมถึง VR หรือ Drone Mapping ที่จะเปลี่ยนบรรยากาศและพาผลงานศิลปะ ให้ออกมาโชว์นอกสถานที่ได้ ไม่ใช่แค่เพียงในพิพิธภัณฑ์หรือแกลเลอรีศิลป์เท่านั้น


นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ 5G ที่จะเข้ามามีบทบาทกับธุรกิจบันเทิง แต่ในอนาคตเราอาจได้เห็นการใช้ 5G กับอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างแน่นอน ซึ่งสำหรับประเทศไทย คาดว่าจะได้เริ่มเห็นการใช้งานในช่วงกลางปี 2020 นี้เป็นต้นไป