Ribbon
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
Search
color contrast
Normal
Black & White
Black & Yellow
font size

เรื่องเล่า...ของชาวหมู่บ้านนวัตกรรม กรณีศึกษาชุมชนสโตย จังหวัดสตูล “ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนบนเกาะ และการท่องเที่ยววิถีถิ่นชุมชนภาคใต้”

4 มิถุนายน 2569 167

เรื่องเล่า...ของชาวหมู่บ้านนวัตกรรม กรณีศึกษาชุมชนสโตย จังหวัดสตูล “ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนบนเกาะ และการท่องเที่ยววิถีถิ่นชุมชนภาคใต้”

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ได้ดำเนินการศึกษาภาพอนาคตแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ในกลุ่มจังหวัดยากจนเพื่อการพัฒนานวัตกรรมเชิงสังคม (Social Foresight) โดยพื้นที่จังหวัดสตูลเป็นหนึ่งพื้นที่เป้าหมายในการศึกษาปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมิติสังคมที่มีผลต่ออนาคตจังหวัดสตูลในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยมีนัยยะเชิงกระบวนการการมีส่วนร่วม (Participatory Process) ผ่านการดึงภาคีเครือข่ายเข้าร่วมในกระบวนการที่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อมองภาพอนาคตของพื้นที่ร่วมกันทั้งมิติด้านสังคม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ และประเมินความต้องการที่นำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสังคม จากการศึกษาเกิดข้อสรุปว่า ภาพในอนาคตของจังหวัดสตูลที่พึงประสงค์จากมุมมองของชาวจังหวัดสตูล คือ “สุขสตูล สู่ คนสตูลก้าวหน้า สามัคคี สร้างรายได้ดีบนวิถีนิเวศ” โดยภาพดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ จากการขับเคลื่อนโดยใช้ 4 กลยุทธ์ในการผลักดันภาพอนาคต (Strategy and Action) ดังนี้ 1) นวัตกรรมการออกแบบ 2) นวัตกรรมการท่องเที่ยวสีเขียว 3) นวัตกรรมพลังงานสะอาด และ 4) นวัตกรรมการจัดการของเสีย

 
ดังนั้น ในปี 2568 สนช. จึงผลักดันการนำกลยุทธ์ดังกล่าว มาเป็นแนวทางหลักในการนำนวัตกรรมพร้อมใช้ไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่เป้าหมาย โดยมีการประชุมร่วมกับผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล สภาหอการค้าจังหวัดสตูล องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสตูล และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในการพัฒนาพื้นที่และแก้ไขปัญหาชุมชนด้วยนวัตกรรมเพื่อสังคมจาก 4 กลยุทธ์ดังกล่าว เพื่อขยายผล “ผลงานนวัตกรรมพร้อมใช้” ในการแก้ไขปัญหาชุมชนตามบริบทของพื้นที่สู่การพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกับการสร้างเครือข่ายนวัตกรรมเชิงสังคม ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในการการประยุกต์ใชหรือถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย
 
พื้นที่ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านนวัตกรรมเพื่อสังคม ชุมชนสโตย จังหวัดสตูล ครอบคลุม 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง และอำเภอละงู จังหวัดสตูล ซึ่งส่วนใหญ่มีลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นพื้นที่เนินเขาและภูเขาสลับซับซ้อน มีทิวทัศน์ที่สวยงาม โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมนวัตกรรมด้านการท่องเที่ยวสีเขียว ที่สามารถดึงศักยภาพของพื้นที่ ที่มีวิถีถิ่น มีอัตลักษณ์ และมีจุดดึงดูดการท่องเที่ยวที่โดดเด่นของพื้นที่ เช่น ทะเลแหวกสันหลังมังกร จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก 2 แผ่นดิน แหล่งผลิตกั้งตันหยงโป เป็นต้น โดยศักยภาพของพื้นที่ดังกล่าวสามารถทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้ามาเที่ยวในพื้นที่เรื่อย ๆ โดยการดำเนินงานเกิดจากการรวมกลุ่มของเครือข่ายธุรกิจชุมชน อาทิ กลุ่มเรือนำเที่ยว กลุ่มรีสอร์ทบ้านบากันเคย กลุ่มแม่บ้านประมงอาสา จนในที่สุดเกิดการผลักดันให้เกิดโครงการ สยามที่รัก: แพลตฟอร์มท่องเที่ยวเสมือนจริงชุมชนตันหยงโป ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของ บริษัท สเก็ตเชอร์ โบ จำกัด ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวชุมชนโดยใช้เทคโนโลยี AR ร่วมกับการออกแบบสินค้าที่ระลึกที่มีอัตลักษณ์ของพื้นที่ (Traveler Souvenir AR) ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรม AR ณ สถานที่ท่องเที่ยวจริง (On Location) ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมีประสบการณ์เชิงปฏิสัมพันธ์ได้ในทุกบริบท ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการเดินทาง รวมไปถึงมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภค เช่น พิกัดสถานที่ที่เล่น AR และข้อมูลต่าง ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาสินค้า บริการ และแคมเปญการตลาดในอนาคตได้อย่างแม่นยำ ดังนั้น ชุมชนในพื้นที่จะสามารถเพิ่มช่องทางการหารายได้เสริมมากยิ่งขึ้นจากทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่มีอยู่ และสามารถเพิ่มทางเลือกการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ โดยมีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการรวมจำนวนทั้งสิ้น 2,835 คน
 


นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ขยายผลนวัตกรรมการยกระดับเพิ่มมูลค่าอาหารพื้นถิ่นในเขตพื้นที่ชุมชนโคกพะยอม อำเภอละงู จังหวัดสตูล ที่มีชุมชนเครือข่ายกลุ่มปลูกพริกไทยพื้นเมืองสายพันธุ์สุไหงอุเป ในพื้นที่จังหวัดสตูล รวม 83 คน ร่วมกับ บริษัท ทีไอบีดี จำกัด ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำสารสกัดคุณภาพสูงจากพริกไทย เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมความงามและเครื่องสำอาง ภายใต้โครงการ พริกไทยทุ่งหว้า: ผลิตภัณฑ์ชุมชนจากพริกไทยพื้นเมืองสายพันธุ์สุไหงอุเปด้วยเทคนิคสกัดสารพิเพอรีน ด้วยกระบวนการแยกสารสำคัญออกจากวัตถุดิบ ภายใต้อุณหภูมิและความดันที่เหมาะสม ทำให้ได้สารพิเพอรีนความบริสุทธิ์มากกว่าร้อยละ 95 ซึ่งเป็นกระบวนการสกัดสารสำคัญที่มีความบริสุทธิ์สูง และคงคุณค่าทางชีวภาพของสารสำคัญไว้ได้อย่างครบถ้วน เพื่อยกระดับวัตถุดิบพริกไทยท้องถิ่นสู่ตลาดพรีเมียมในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพมูลค่าสูง เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคปซูลพริกไทย สเปรย์พริกไทยแก้ปวดอักเสบกล้ามเนื้อ เป็นต้น

สำหรับตัวอย่างการนำนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ไปใช้ประโยชน์ ทีมงานได้ลงพื้นที่ในชุมชนบนเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นชุมชนชาวประมงที่ตั้งอยู่บนเกาะ มีแหล่งน้ำฝนที่สามารถนำไปใช้ในการอุปโภคและบริโภค แต่เนื่องจากในปัจจุบันใช้มอเตอร์ที่ใช้พลังงานจากการเติมน้ำมันในการสูบน้ำ จึงทำให้เกิดต้นทุนค่อนข้างสูง แต่ชุมชนมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้และอยากให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ จึงเปิดรับการแก้ไขปัญหาด้วยนวัตกรรมที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ของหมู่บ้านของ หมู่ที่ 5 เกาะโตดใหญ่ (มัสยิด) และหมู่ที่ 6 บ้านตะโล๊ะน้ำ ตำบลเกาะสาหร่าย ซึ่งมีผู้ได้รับประโยชน์ทั้งหมด 3,140 คน จากเทคโนโลยีของ บริษัท ไดน่าแมค เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ในการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ที่ออกแบบลักษณะเฉพาะ ทำให้สามารถสูบน้ำในสภาพแสงน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง รวมไปถึงการนำระบบ IoT มาใช้ในระบบปั๊มน้ำและการจัดส่งน้ำไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของชุมชน สามารถควบคุมการทำงานผ่านสมาร์ทโฟนและรายงานประสิทธิภาพในการใช้น้ำต่อครัวเรือน เพื่อการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งภายใต้การดำเนินโครงการ Neo-Solar : ระบบบริหารจัดการน้ำปะปาชุมชนเกาะสาหร่ายนี้ จะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องพลังงานในการสูบน้ำของพื้นที่ชุมชนบนเกาะได้ตรงจุดและสามารถยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนได้ดียิ่งขึ้นต่อไป

และยังมีอีกหนึ่งชุมชนบนพื้นที่เกาะอาดัง หมู่ที่ 7 บ้านเกาะอาดัง และหมู่ที่ 8 บ้านหลีเป๊ะพัฒนา เป็นพื้นที่ที่ประสบกับปัญหาน้ำเสียชุมชนและยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี อย่างไรก็ดีเนื่องจากสถานที่เป็นที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ทำให้การสร้างระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนต้องมีรูปแบบที่กลมกลืนและมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ซึ่ง บริษัท อิงค์ สแควร์ จำกัด ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมการจัดการน้ำและการบำบัดน้ำเสียชุมชนมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการแก้ไขปัญหาพื้นที่ดังกล่าว ภายใต้การจัดการ ด้านนวัตกรรมด้านพลังงานชุมชนและการจัดการของเสีย ด้วยระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนด้วยระบบบึงประดิษฐ์แบบไหลในแนวดิ่ง ที่มีการผสมผสานนวัตกรรมตัวกลางชีวภาพประสิทธิภาพสูงที่ออกแบบมาเป็นลักษณะพิเศษมีรูพรุนเป็นจำนวนมาก ทำให้จุลินทรีย์สามารถเกาะตัวและย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเป็นที่ยึดเกาะของรากพืชบำบัดพื้นถิ่นที่ปลูกในระบบ โดยทำหน้าที่ในการบำบัดน้ำเสียชุมชนในพื้นที่บนเกาะ ซึ่งเป็นจุดเด่นของโครงการ Inc-square: ระบบบึงประดิษฐ์บำบัดน้ำเสียในคลองชุมชนสำหรับพื้นที่บนเกาะ โดยจำนวนชุมชนที่ได้รับประโยชน์ในการแก้ไขปัญหานี้มีจำนวน 5,479 คน ไม่เพียงแต่จะสามารถแก้ไขปัญหาของชุมชนได้เท่านั้น แต่ยังทำให้ความเป็นอยู่และสุขภาวะของชุมชนดียิ่งขึ้น
 

กล่าวได้ว่าในปี 2568 ชุมชนสโตย จังหวัดสตูล มีชุมชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการหมู่บ้านนวัตกรรม รวมเป็นจำนวน 11,537 คน คิดเป็นร้อยละ 6 ของจำนวนประชากรในพื้นที่เป้าหมาย (184,512 คน) และเป็นพื้นที่แรกในการนำร่องการใช้กลยุทธ์แนวทางการพัฒนาพื้นที่แบบมีส่วนร่วม จากการศึกษาภาพอนาคตแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ในกลุ่มจังหวัดยากจนเพื่อการพัฒนานวัตกรรมเชิงสังคม (Social Foresight) ให้ครอบคลุมทุกความเป็นไปได้ต่อทิศทางการวางกลยุทธ์ในการพัฒนาพื้นที่ โดย สนช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าชุมชนดังกล่าวจะเป็นพื้นที่ต้นแบบจากการใช้ประโยชน์ของการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ด้วยการใช้กลยุทธ์ในการผลักดันภาพอนาคต (Strategy and Action) และแนวโน้มอนาคตทางเลือกที่เปนไปไดมากที่สุด จากมุมมองของชุมชนในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้สามารถแก้ไขปัญหาพื้นที่ได้ตรงประเด็นความต้องการมากยิ่งขึ้น เนื่องจากทุกคนสามารถมองเห็นภาพในอนาคตที่เป็นหมุดหมายสำหรับแนวทางพัฒนาพื้นที่ของจังหวัดตนเองไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งผู้คนเหล่านี้นี่เองที่จะเป็นกำลังหลักในการกําหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ในอนาคตได้อย่างยั่งยืนต่อไป
 
เรียบเรียงบทความโดย
วรรณิตา ทองพัด (ขิม)
นักพัฒนานวัตกรรม ส่วนงานนวัตกรรมเพื่อสังคม
ฝ่ายสนับสนุนการเงินนวัตกรรมรายพื้นที่
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)