
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

การให้บริการของ NIA

ความเคลื่อนไหวของ NIA

ช่องทางในการติดต่อกับ NIA
“อยากมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ แต่ต้องทนมีชีวิตอยู่อย่างลำบาก” การส่งเสริม Longevity ของกลุ่มเปราะบางด้วยนวัตกรรมเพื่อสังคม

การมีอายุยืนยาว หรือ Longevity เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมากในสังคมปัจจุบัน อันเป็นผลมาจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ เทคโนโลยี และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ส่งผลให้อายุขัยเฉลี่ยของประชากรเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้พัฒนาไปสู่แนวคิดการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพเทียบเท่ากับความมั่นคงของชีวิต โดยหลายประเทศของยุโรปเริ่มพัฒนานโยบายให้เอื้ออำนวยต่อวิถีชีวิตการมีสุขภาวะที่ดีของประชาชน ทางฝั่งอเมริกาอย่างรัฐนิวยอร์กก็มีไอเดียที่ให้คนออกไปใช้เวลาตามสวนสาธารณะหรือพื้นที่ธรรมชาติที่ถูกเพิ่มจำนวนขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มคนเหล่านี้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีการออกแบบผังเมืองให้ง่ายต่อการเข้าถึงอาหารสุขภาพบริเวณทุกมุมของย่าน อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังตัวเลขอายุขัยเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น กลับซ่อนคำถามสำคัญที่มักถูกมองข้าม นั่นคือ “ใครคือผู้ที่ได้รับโอกาสให้มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ และใครที่ต้องทนมีชีวิตยืนยาวท่ามกลางความเหลื่อมล้ำในสังคม” สำหรับบางคน การมีอายุยืนคือโอกาสในการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ขณะที่สำหรับอีกหลายคน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและคนจน การมีอายุยืนอาจหมายถึงการเผชิญความไม่แน่นอนและความลำบากที่ยาวนานขึ้นด้วยเช่นกัน

หากมองโดยผิวเผิน กระบวนการใช้ชีวิตให้มีคุณภาพสามารถทำได้ผ่านการออกกำลังกาย การทานอาหารสุขภาพ และเข้าร่วมกิจกรรมการบำบัดจิตวิญญาณ (Spiritual Therapy) รวมถึงการใช้ชีวิตตามนาฬิกาธรรมชาติ การอาศัยอยู่ในบริเวณสิ่งแวดล้อมที่ดีตามที่เห็นในสื่อโซเชียลมีเดียของคนชนชั้นกลางหรือผู้มีเอกสิทธิ์พิเศษที่มองว่า Longevity ไม่ใช่แค่ชีวิตส่วนตัว แต่เป็นอนาคตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากพฤติกรรมที่แสดงออกมาเหล่านี้มุ่งเน้นการมีสุขภาวะที่ดี ความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ตลอดจนการมีส่วนร่วมในสังคมอย่างต่อเนื่อง แต่หากมองอย่างลึกซึ้งในโลกที่ทุนทางสังคมของผู้คนไม่เท่าเทียมกัน กลุ่มเปราะบางมักแบกรับความกดดันให้ดูแลตัวเองท่ามกลางข้อจำกัดหลายประการ ทั้งการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพไม่ทั่วถึง รายได้ที่ไม่มั่นคง และสภาพการทำงานที่เสี่ยงต่อสุขภาพ ประกอบกับการร่วมกิจกรรมที่ส่งเสริมแนวคิด Longevity มักแฝงด้วยภาระค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง อีกทั้งยังขาดระบบสนับสนุนที่เหมาะสมจากนโยบายของประเทศ เห็นได้ชัดจากสถานการณ์โรคระบาดเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รายงานอัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตจากโควิด-19 ในพื้นที่ด้อยโอกาสสูงกว่าพื้นที่ที่มีคุณภาพชีวิตดีถึง 2 เท่า ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับแนวคิดปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพ (Social Determinants of Health: SDoH) ที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลที่อยู่ในสถานภาพสังคมแตกต่างกันจะมีสุขภาวะที่แตกต่างกัน ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ปัจจัยระดับบุคคล เช่น พันธุกรรม หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความซับซ้อนของกลไกทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เช่น รายได้และความมั่นคงทางการเงิน โดยคนที่มีรายได้น้อยมักขาดโอกาสในการเข้าถึงอาหารที่มีโภชนาการสูง บริเวณที่อยู่อาศัยขาดความปลอดภัย และเข้าถึงบริการดูแลสุขภาพได้น้อยกว่า นอกจากนี้ การศึกษาที่มีคุณภาพก็จะช่วยให้ผู้คนมีทักษะและความรู้ที่จำเป็นในการตัดสินใจที่ดีต่อสุขภาพด้วยเช่นกัน
ภายใต้กรอบแนวคิดข้างต้น จะพบว่านโยบายส่วนใหญ่ยังคงมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ โดยเฉพาะการรักษาพยาบาล มากกว่าการจัดการกับปัจจัยกำหนดสุขภาพทางสังคมเชิงโครงสร้าง แม้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ แต่ยังไม่สามารถชดเชยความไม่เท่าเทียมด้านรายได้ การศึกษา และสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตที่ส่งเสริมให้มีอายุที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพได้เพียงพอ นวัตกรรมเพื่อสังคมและเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในราคาที่จับต้องได้จึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดเชิงโครงสร้างซึ่งส่งผลต่อการมีอายุยืนยาวของกลุ่มเปราะบางและคนจน โดยเฉพาะนวัตกรรมที่มุ่งเน้นการเพิ่มการเข้าถึงบริการพื้นฐานและลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

“วีลแชร์ดัดแปลงจากรถเข็นซูเปอร์มาร์เก็ตเก่า” เป็นการสร้างนวัตกรในชุมชนให้เป็นผู้ผลิตวีลแชร์ DIY ต้นทุนต่ำ ที่ดัดแปลงมาจากรถเข็นซูเปอร์มาร์เก็ตเก่าที่ได้รับบริจาคมาให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้พิการ และผู้สูงอายุ พร้อมทั้งการต่อยอดเป็นวีลแชร์ไฟฟ้าให้ตอบโจทย์ความต้องการและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน ช่วยให้ผู้สูงอายุและประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงอุปกรณ์การดูแลสุขภาพจำนวนเพิ่มมากขึ้น

“ผ้ารองอุจจาระรักษ์โลก” เป็นการออกแบบผ้ารองอุจาระให้เป็นสี่เหลี่ยมขอบมน 3 ด้าน เหลือปลายแหลมไว้ 1 ด้านสำหรับเทอุจาระ และใช้เชือกรูด เมื่อรูดขึ้นมาแล้วจะมีลักษณะเป็นถาดรองเพื่อป้องกันการไหลของอุจาระเหลว และลักษณะเป็นถุงที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เหมาะสำหรับการดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถไปขับถ่ายที่ห้องน้ำได้ จำเป็นต้องใช้ผ้าอ้อมชนิดใช้แล้วทิ้งที่มีราคาค่อนข้างสูง นวัตกรรมนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวของผู้ป่วยติดเตียง ลดขยะจากการใช้ผ้าอ้อมแบบใช้แล้วทิ้ง พร้อมสร้างรายได้เพิ่มให้ชุมชนจากการผลิตผ้าอ้อมผู้ป่วยรักษ์โลก

“เยลลี่ฟรุตตี้โปรตีนต่ำสำหรับผู้ป่วยโรคไต” เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกใหม่ มีรสผลไม้ที่อร่อย สดชื่น บริโภคง่าย ทำให้อิ่มนาน และผ่านการฆ่าเชื้อด้วยระบบพาสเจอร์ไรซ์ทำให้ปลอดภัย เพื่อเพิ่มโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงขนมและอาหารทางเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังก่อนระยะบำบัดทดแทนไต หรือโรคไตเรื้อรังระยะที่ 1-5 (ก่อนฟอกไต)

“การเสริมสร้างความมั่นคงอาหารชุมชนในโรงเรียนตาดีกา บ้านกรือซอ” เป็นนวัตกรรมการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารชุมชนในโรงเรียนตาดีกา บ้านกรือซอ เพื่อเป็นทุนตั้งต้นในการประกอบอาหารกลางวันให้กับเด็ก ๆ จากการมีส่วนร่วมของกลุ่มในชุมชนทุกภาคส่วน เช่น กิจกรรมทำนา ปลูกผัก เพาะเห็ด เลี้ยงนกกระทา และเลี้ยงปลาตะเพียน และมีการจัดอบรมเสริมทักษะอาชีพการแปรรูปปลาส้มในการจัดจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงอาหารกลางวันที่ปลอดภัย ตลอดจนเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารของชุมชน

“รถทันตกรรมเคลื่อนที่” เป็นหน่วยบริการข้อมูลและทันตกรรมเคลื่อนที่เชิงรุก สำหรับให้บริการประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบบริการทันตกรรมตามปกติได้ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้มีรายได้น้อย และประชาชนในพื้นที่ห่างไกลหรือไม่มีที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ซึ่งจะส่งเสริมให้พื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการดูแลอย่างต่อเนื่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และลดความเสี่ยงจากการขาดการรักษาในระยะยาว

“ชุดการเรียนรู้การรับมือสถานการณ์ฝุ่นด้วยกล่องลังฟอกอากาศ DIY และมุ้งสู้ฝุ่น” เป็นเครื่องมือสร้างความตระหนักรู้การรับมือสถานการณ์ฝุ่น และระบบติดตามค่าฝุ่น @AirCMU เตือนอันตรายที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ และกล่องลังฟอกอากาศ DIY ที่ใช้อุปกรณ์คุณภาพที่มีราคาถูก สามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป โดยใช้งานร่วมกับมุ้งสู้ฝุ่นที่มีเย็บแบบพิเศษให้เหมาะกับการใช้งานแบบ Positive pressure system เพื่อแก้ไขสถานการณ์วิกฤตหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ให้สามารถสร้างความเข้มแข็งการดูแลสุขภาพกลุ่มเปราะบางจากการสัมผัสฝุ่น และสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการซื้อเครื่องกรองอากาศตามท้องตลาดได้
ท้ายที่สุด การนำนวัตกรรมลักษณะดังกล่าวมาเป็นแนวทางเชิงบูรณาการร่วมกับนโยบายทางสังคมที่มีอยู่เดิม ไม่เพียงช่วยยืดอายุขัย แต่ยังส่งเสริมคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ มากไปกว่านั้น การส่งเสริม longevity อย่างเป็นธรรมจำเป็นต้องอาศัยการปรับกรอบคิดเชิงนโยบายจาก “การสงเคราะห์” ไปสู่ “ความเป็นธรรมทางสังคม” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง และการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมตลอดช่วงชีวิต พร้อมจะทำให้การมีอายุยืนยาวไม่ขึ้นอยู่กับฐานะทางเศรษฐกิจหรือชนชั้นทางสังคม แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชากรทุกคนในสังคมไทยที่สมควรจะได้รับ
บทความโดย
เกิดสิริ บุญสิทธิ์
นักพัฒนานวัตกรรม ฝ่ายสนับสนุนการเงินนวัตกรรมรายพื้นที่
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
อ้างอิง