Ribbon
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
Search
color contrast
Normal
Black & White
Black & Yellow
font size

“ครัวไทยสู่ครัวโลก” ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน?

24 มิถุนายน 2569 196

“ครัวไทยสู่ครัวโลก” ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน?

เมื่อพูดถึงทรัพยากรที่เป็นยุทธศาสตร์หลักสำคัญของโลก หลายคนอาจนึกถึงน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือแร่ธาตุหายากที่เป็นหัวใจของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม หากแต่ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน อันเป็นผลจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะสงคราม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลับมีอีกหนึ่งทรัพยากรที่นับเป็นยุทธศาสตร์สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ “อาหาร”

หากจะยกกรณีศึกษาที่เห็นได้ชัด นั่นคือ สถานการณ์ความตึงเครียดของสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งแม้เหตุการณ์ทางการเมืองและความมั่นคงดังกล่าวจะเกิดขึ้นห่างไกลจากประเทศไทย และประเทศไทยก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งโดยตรง หากแต่เหตุการณ์ดังกล่าวกลับสามารถสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชากร ซึ่งไม่เว้นแต่ประเทศไทย หากแต่ยังส่งผลต่อผู้คนทั่วโลกอย่างรวดเร็วและชัดเจน นั่นเป็นเพราะโลกในยุคปัจจุบันมีการเชื่อมโยงกันผ่านทางการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคหนึ่ง สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนไปยังอีกซีกโลกได้ภายในเวลาไม่กี่วัน

เมื่อเริ่มเกิดความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางขึ้น “ราคาน้ำมัน” เป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับตามองเป็นอันดับแรก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานของโลก อีกทั้งความตึงเครียดดังกล่าวยังส่งผลต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนพลังงานทั่วโลกดีดตัวสูงขึ้นทันที หลาย ๆ คนอาจมองว่าราคาน้ำมันเป็นเรื่องของการเดินทางหรือภาคอุตสาหกรรม หากแต่ในความเป็นจริง พลังงานยังเป็นต้นทุนสำคัญของระบบอาหาร ตั้งแต่การเพาะปลูก การผลิตปุ๋ย การแปรรูปอาหาร การเก็บรักษาสินค้า ไปจนถึงการขนส่ง อีกด้วย ซึ่งเมื่อราคาพลังงานสูงขึ้น ต้นทุนอาหารก็มีแนวโน้มปรับตัวตามไปด้วย

นอกจากนี้ การปิดเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซยังส่งผลให้เกิดความความไม่แน่นอนด้านการขนส่งระหว่างประเทศ นำมาซึ่งการค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นของค่าระวางเรือและค่าประกันภัย ผู้ประกอบการหลาย ๆ รายจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้าใหม่ และรวมถึงจำต้องใช้วิธีการขนส่งสินค้าในรูปแบบใหม่ ผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลต่อต้นทุนสินค้าของการนำเข้าสินค้าอาหารไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง หากแต่ยังรวมถึงประเทศผู้ส่งออกอาหารดังเช่นประเทศไทยอีกด้วย

เป็นที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่าประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่มีบทบาทสำคัญในการป้อนอาหารให้กับผู้บริโภคในหลายภูมิภาค จนได้รับการยอมรับและถูกขนานนามว่าเป็น “ครัวของโลก” มาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ดี เมื่อค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น และตลาดโลกมีความผันผวนมากขึ้น ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยก็ย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ภาคอาหารกำลังเผชิญไม่ได้มาจากสงครามที่กล่าวมาข้างต้นเพียงอย่างเดียว “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นคลื่นความร้อนที่รุนแรงขึ้น ภัยแล้งที่ยาวนานขึ้น และรวมไปถึงสภาวะน้ำท่วมและสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในหลายพื้นที่ของโลก ก็เป็นอีกปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อภาคการเกษตรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อผลผลิตลดลง หากแต่ต้นทุนการผลิตกลับเพิ่มขึ้น

ดังนั้น เราจึงควรกลับมาตั้งคำถามกันใหม่ว่า “ความมั่นคงทางอาหาร” หมายถึงเพียงการมีอาหารเพียงพอใช่หรือไม่

นี่คือเหตุผลที่หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบอาหารของตนเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในเทคโนโลยีการเกษตร การพัฒนาพันธุ์พืช การลดการสูญเสียอาหาร หรือการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม สำหรับประเทศไทย ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสในเวลาเดียวกัน ซึ่งแม้ว่าประเทศไทยจะมีความได้เปรียบจากการเป็นประเทศเกษตรกรรมและมีฐานการผลิตอาหารที่แข็งแกร่ง หากแต่การแข่งขันในอนาคตอาจไม่ได้วัดกันที่ปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียว หากแต่วัดกันที่ความสามารถในการผลิตอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นทุกวัน

“นวัตกรรม” เป็นหนึ่งในคำตอบของการก้าวผ่านสภาวการณ์ครั้งนี้ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล หรือปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการเพาะปลูก การใช้ระบบเกษตรแม่นยำที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากร การพัฒนาโปรตีนทางเลือกเพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบดั้งเดิม ไปจนถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร นอกจากนี้ นวัตกรรมยังไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อเพิ่มผลผลิตหรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เท่านั้น หากแต่ยังช่วยลดความเปราะบางของระบบอาหารในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยแล้ง ความผันผวนของราคาพลังงาน หรือเกิดวิกฤตด้านการขนส่ง

ปัจจุบัน เราจึงเริ่มเห็นผู้ประกอบการไทยมีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อรับมือกับความท้าทายของโลกยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ด้วยการนำข้อมูลต่างๆ มาใช้ในการบริหารจัดการฟาร์มเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการนำเทคโนโลยีสีเขียว (Green Technology) มาใช้ในการพัฒนาโปรตีนทางเลือก การนำวัตถุดิบเหลือใช้จากภาคเกษตรมาเพิ่มมูลค่าผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน การพัฒนาบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ หรือการพัฒนาเทคโนโลยีถนอมอาหารที่ช่วยยืดอายุผลไม้ และอาหาร ลดการสูญเสียระหว่างการขนส่ง และเพิ่มโอกาสในการส่งออกสู่ตลาดโลก

การพัฒนานวัตกรรมเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้นและความผันผวนของตลาดโลก ในขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้ประเทศไทยสร้างมูลค่าเพิ่มจากจุดแข็งที่มีอยู่ จากเดิมที่แข่งขันด้วยปริมาณการผลิตและต้นทุน สู่การพัฒนาอาหารมูลค่าสูง อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารแห่งอนาคต และเทคโนโลยีการผลิตที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก ที่ไม่เพียงช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาวอีกด้วย

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอาหารแห่งอนาคตไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากภาคธุรกิจเพียงลำพัง หากแต่จำต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการนวัตกรรม ในการเร่งพัฒนาและผลักดันเทคโนโลยีสู่การใช้งานจริง ทั้งนี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ในฐานะเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs และ Startup ในการดำเนินธุรกิจนวัตกรรม ผ่านการสนับสนุนทางด้านวิชาการและการเงิน โครงการบ่มเพาะและเร่งการเติบโต ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อช่วยให้นวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมผลักดันผู้ประกอบการไทยในการผ่านวิกฤติการณ์ครั้งนี้ ด้วยการเปลี่ยนแปลงความท้าทายของโลกนี้ให้กลายเป็นโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจของต่อไป

สงครามอาจยุติลงในวันหนึ่ง แต่ความไม่แน่นอนของโลกจะยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า หรือวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น สำหรับประเทศไทย นี่อาจไม่ใช่เพียงช่วงเวลาของการรับมือกับความเสี่ยง แต่เป็นโอกาสในการยกระดับภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารด้วยนวัตกรรม เพื่อสร้างระบบอาหารที่แข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับวิกฤติการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นอนาคต และหากอาหารกำลังกลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญไม่แพ้พลังงาน คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า ประเทศไทยจะผลิตอาหารได้มากเพียงใด แต่คือ ประเทศไทยพร้อมแล้วหรือยังที่จะก้าวข้ามความเป็น “ครัวของโลก” ไปสู่การเป็น “ผู้นำด้านนวัตกรรมอาหาร” ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน?

เรียบเรียงบทความโดย
ชนกชนม์ เจริญพร (เพลง)
นักพัฒนานวัตกรรม ฝ่ายสนับสนุนการเงินนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)