homekeyboard_arrow_rightNIA หารือความร่วมมือกับ Starburst บริษัทพัฒนาด้านระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ

NIA หารือความร่วมมือกับ  Starburst บริษัทพัฒนาด้านระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ


NIA ร่วมประชุมกับบริษัท Starburst โดยได้รับเกียรติจาก Mr. François CHOPARD, CEO ร่วมหารือและบรรยายการดำเนินงานของบริษัท เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหาแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน

บริษัท Starburst เป็นบริษัทเอกชนที่พัฒนาด้านระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ (Aerospace Ecosystem) เป้าหมายหลักของบริษัทคือ การพัฒนาโครงการบ่มเพาะธุรกิจวิสาหกิจเริ่มต้น (Accelerator Program) ด้านอุตสาหกรรมการบิน อวกาศ และการทหาร (Aeronautics Space Defense, ASD) เพื่ออบรมและบ่มเพาะความรู้แก่ผู้ประกอบการ สร้างและรวบรวมระบบนิเวศอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ รวมถึงการสนับสนุนด้านการเงินและการลงทุนกับบริษัทด้านการบินและอวกาศในการพัฒนาบริษัทและต่อยอดธุรกิจในประเทศต่างๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อิสราเอล สิงคโปร์ เป็นต้น โดย Starburst มีออฟฟิศทั่วโลกกว่า 10 ออฟฟิศ และอาศัยแหล่งเงินทุนจากรัฐบาล เช่น BPIFrance เพื่อให้การสนับสนุนแก่บริษัทต่างๆ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วมูลค่าของการสนับสนุน (Ticket Size) จะอยู่ที่ 0.1 – 3 ล้านยูโร ต่อบริษัทในระดับ Early Stage

ในปัจจุบันนอกจาก Stardust เน้นการสนับสนุนธุรกิจที่อยู่ในด้าน ASD แล้ว ยังพยายามจะผลักดันการ Scale up วิสาหกิจเริ่มต้นที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech Startup) ด้วย โดย Starburst มองว่าเทคโนโลยีเชิงลึกส่วนใหญ่จะมีความซับซ้อน มาจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัย และถูกปกป้องโดยทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เนื่องจากส่วนใหญ่เทคโนโลยีเชิงลึกมักจะถูกใช้แก้ปัญหาและความท้าทายระดับโลก ดังนั้น Solution ของ Deep Tech จึงจะสร้างผลกระทบต่อสังคมได้มากกว่าและสามารถ Scale up ได้เร็วกว่าวิสาหกิจเริ่มต้นแบบธรรมดา โดยในแต่ละปีมีบริษัทที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและบ่มเพาะธุรกิจของ Stardust มากกว่า 3,000 โครงการ แต่จะมีเพียงประมาณ 20-24 บริษัทที่ถูกรับเลือก

นอกจากนี้บริษัท Startup ด้านอุตสาหกรรมการบิน (Air Mobility) ได้ร่วม Pitching ข้อมูลของบริษัท เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแสวงหาแนวทางการพัฒนาบริษัท ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ในขั้นตอนการพัฒนายานยนต์ต้นแบบ ในการบินขนส่งคนและสิ่งของ ซึ่งบริษัทแสวงหาแหล่งเงินทุนในการพัฒนาบริษัทอยู่ที่ 1 Trillion euro โดยคาดว่าจะสามารถพัฒนาและเริ่มธุรกิจออกสู่ตลาดในปี ค.ศ. 2040