Ribbon
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
Search
color contrast
Normal
Black & White
Black & Yellow
font size

NIA ผนึกกำลัง จุฬาฯ ร่วมพลิกโฉมอุตสาหกรรม Wellness ไทยสู่ Precision Hospitality ด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม พร้อมจัดงานสัมมนาใหญ่ “Beyond Relaxation”

News 19 พฤษภาคม 2569 261

NIA ผนึกกำลัง จุฬาฯ ร่วมพลิกโฉมอุตสาหกรรม Wellness ไทยสู่ Precision Hospitality ด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม พร้อมจัดงานสัมมนาใหญ่ “Beyond Relaxation”

19 พฤษภาคม 2569 - สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรม Wellness ของไทยให้สามารถก้าวสู่เวทีโลก ภายในงานสัมมนาและสร้างเครือข่ายระดับชาติ หัวข้อ “Beyond Relaxation: นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และอนาคตของการสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรม Wellness” โดยมุ่งเป้าในการเปลี่ยนธุรกิจสุขภาพไทยจากบริการที่เน้นเพียงความผ่อนคลายสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ด้วยการพิสูจน์ผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Validation) ที่วัดผลได้จริง โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวเปิดงานสัมมนา พร้อมด้วย ศ.กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานกรรมการพิจารณางบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2569 ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ดร.สุรอรรถ ศุภจัตุรัส รองผู้อำนวยการด้านการเงินนวัตกรรม ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายกรด โรจนเสถียร ที่ปรึกษาประธานบริหาร บริษัทชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท จำกัด และ นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลแนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์
 
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า “จากข้อมูลของ Global Wellness Institute (GWI) พบว่าอุตสาหกรรมเวลเนสของโลกกำลังยกระดับจาก “ความเชื่อและภูมิปัญญา” ไปสู่ “หลักฐานเชิงประจักษ์” ลูกค้าจะไม่จ่ายเงินแพงๆ เพียงเพราะเรารับปากว่าพวกเขาจะสุขภาพดีขึ้น แต่พวกเขาจะจ่ายเมื่อเรามี “ตัวเลข” มาพิสูจน์ ดังนั้น การพัฒนาอุตสาหกรรมเวลเนสของไทยจึงควรมุ่งนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาช่วยออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่ที่เน้นสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ด้วยชุดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ สามารถวัดผลตอบแทนด้านสุขภาพที่ชัดเจนเป็นวิทยาศาสตร์ เช่น การใช้เครื่องวัด HRV (Heart Rate Variability) วัดความเครียดก่อนและหลังทำสปา เพื่อแสดงให้เห็นว่าระบบประสาทผ่อนคลายลงได้ถึงร้อยละ 30 ทันที ซึ่งจะเห็นได้ว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมนั้นจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจาก "การขายบริการครั้งเดียว” เป็น "การดูแลต่อเนื่อง" ผ่านการส่ง Smart Wearable ให้ลูกค้าใส่กลับบ้าน ติดตามผลผ่านแอปฯ และส่งวิตามินปรุงเฉพาะบุคคลไปให้ทั่วโลก หรือที่เราต้องทำให้เกิด Invisible Tech, Visible Results เทคโนโลยีที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง จะสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจนอยู่เบื้องหน้า ทั้งนี้ หากเรานำวิทยาศาสตร์และการแพทย์เข้าไปสวมทับภูมิปัญญาและรีสอร์ตระดับโลกของเรา เราจะกลายเป็น "Precision Hospitality" ที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ยุโรปหรือสิงคโปร์ก็เลียนแบบไม่ได้ เพื่อมุ่งสู่ High-Tech Diagnostics wrapped in High-Touch Hospitality หรือ การวินิจฉัยที่แม่นยำล้ำสมัยห่อหุ้มด้วยการบริการที่ลึกซึ้งเหนือระดับ”
 
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กล่าวว่า “อุตสาหกรรมเศรษฐกิจสุขภาวะ หรือ Wellness เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและการขยายตัวสูงที่สุดในโลก โดยมีมูลค่ารวมกว่า 6.32 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.32 ต่อปี ซึ่งประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 9 ของตลาด Wellness ในเอเชียแปซิฟิก และอันดับที่ 24 ของโลกด้วยมูลค่ารวมกว่า 40.5 พันล้านเหริยญสหรัฐ โดยมีจุดแข็งชัดเจนในด้าน Wellness Tourism, Healthy Eating & Nutrition และ Personal Care & Beauty จากความได้เปรียบทางด้านทรัพยากร ภูมิปัญญาท้องถิ่น และภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยที่ผ่านมา NIA ดำเนินงานภายใต้บทบาท “ผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม” หรือ Focal Conductor ที่พร้อมเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของไทยให้มีความเข้มแข็ง และเป็นระบบที่เปิดกว้าง (Open Ecosystem) ได้ดำเนินงานผ่าน 4 กลไกหลัก ได้แก่ Groom Grant Growth และ Global จึงได้มุ่งเน้นการสนับสนุนอุตสาหกรรม Wellness ไทยอย่างครบวงจร เพื่อให้ ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงทรัพยากรและเครือข่ายนวัตกรรม เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ สร้างงาน สร้างรายได้ใหม่ ผ่าน 4 กลยุทธ์ ได้แก่ 1) การเชื่อมโยงธุรกิจนวัตกรรม 2) การยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการและทักษะแรงงานด้านเวลเนส 3) การขับเคลื่อนผ่าน Thailand Innovation Hubs และ 4) การขยายผลและสร้างการรับรู้ระดับนานาชาติ เพื่อสร้างบริการให้มีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย ตรวจสอบได้ และสร้างความแตกต่างที่มีมูลค่าสูงต่อไป”
 
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นเสมือนเครื่องยนต์ทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่อุตสาหกรรมที่มีความเป็นนวัตกรรมและก้าวกระโดดได้เป็นอย่างดี ผ่านเครือข่ายที่เข้มแข็งและระบบการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรม เวลเนสของไทยได้เดินทางมาถึง "จุดเปลี่ยน" ที่แม้ว่าเราจะได้รับการยอมรับระดับโลกในเรื่อง Hospitality และการบริการด้าน Relaxation แต่การจะก้าวไปสู่ตลาด Medical & Longevity Wellness ที่มีมูลค่าสูงกว่าหลายเท่าตัวนั้น ไม่สามารถใช้แค่ "ความรู้สึก" เป็นจุดขายได้อีกต่อไป โดยเฉพาะลูกค้ายุคใหม่ (เช่น กลุ่ม High-Net-Worth) ที่ต้องการผลลัพธ์ซึ่งจับต้องได้ พวกเขาต้องการเห็นผลตอบแทนด้านสุขภาพที่ชัดเจนเป็นวิทยาศาสตร์ (Wellness ROI) ซึ่งจุฬาฯ มีความพร้อมในการเป็นพันธมิตรด้านงานวิจัยให้กับภาคเอกชน โดยจะทำหน้าที่เชื่อมโยงตั้งแต่ห้องปฏิบัติการสู่การทดสอบทางคลินิก และผลักดันสู่ความสำเร็จทางธุรกิจภายใต้แนวคิด From Bench to Bedside to Business เราจะทำ Fast-Track Scientific Validation เพื่อเปลี่ยนคำว่า “รู้สึกดีขึ้น” ให้เป็น “ผลลัพธ์ทางคลินิกที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์” นี่คือ การสร้างปรากฏการณ์ High-Touch meets High-Tech โดยผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับวิทยาศาสตร์ระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม"
 
ภายในงานยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมมาให้ข้อมูลและแนวโน้มที่สำคัญของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมเวลเนสของไทยให้สามารถสร้างความสามารถทางการแข่งขันแบบใหม่ในเวทีโลก ด้วยการนำจุดแข็งที่หลากหลายของระบบการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเวลเนสของไทย ทั้งด้านความเป็นที่หนึ่งของการให้บริการด้านเวลเนสในระดับภูมิภาค ความพร้อมของระบบสนับสนุน Medical hub ของไทย รวมถึงทิศทางการจัดสรรงบประมาณและนโยบายระดับชาติที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยชี้ให้เห็นว่าการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม คือ กุญแจสำคัญที่จะทำให้อุตสาหกรรม Wellness ของไทยเกิดความยั่งยืน และสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อ GDP ของประเทศได้อย่างมหาศาล ซึ่งในงานนี้ได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการพิจารณางบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คุณกรด โรจนเสถียร ที่ปรึกษาประธานบริหาร บริษัท ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท จํากัด และนายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร
บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จํากัด (มหาชน) ร่วมเป็นวิทยากร