
National Innovation Agency, Thailand


ถอดแนวคิดของ “Refik Anadol” ศิลปินผู้เปลี่ยนผืนผ้าใบเป็นอัลกอริทึมที่มีชีวิต
จะเป็นอย่างไรเมื่อ AI และ Machine Learning กำลังสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมกับศิลปิน
.
จากภาพอันสวยงามที่ทุกคนได้เห็น เชื่อกันไหมว่าผลงานเหล่านี้ศิลปินแค่เป็นคนคิดโดยไม่ต้องลงมือทำเอง เพราะเป็นการใช้เทคโนโลยีที่กำลังมีอิทธิพลอย่างมากกับแทบทุกอุตสาหกรรมอย่าง AI และ Machine Learning เข้ามาช่วยสร้างสรรค์งานศิลปะแทน เป็นความท้าทายใหม่สำหรับวงการศิลปะในศตวรรษที่ 21 ซึ่งใครจะไปคิดว่า เทคโนโลยีก็สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ซับซ้อนที่สุดอย่างศิลปะได้เช่นกัน
.
ศิลปินที่บุกเบิกการใช้นวัตกรรมนี้ก็คือ “Refik Anadol” เป็นหนึ่งในศิลปินที่เห็นความสำคัญและนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการสร้างสรรค์อยู่เสมอ โดยเขายังได้ทำงานร่วมกับนักออกแบบ สถาปนิก นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา เพื่อทำการเชื่อมโยงศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกัน ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาถ่ายทอดความรู้สึกในแทบทุกกระบวนการ
.
Refik Anadol คือใคร ทำไมต้องทำความรู้จัก?
.
กว่าเขาจะเดินทางมาถึงในจุดนี้ก็ผ่านเส้นทางการทำงานศิลปะมาอย่างยาวนาน Refik Anadol เป็นศิลปินชาวตุรกีที่เกิดและเติบโตในเมืองอิสตันบูล โดยจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี-โท ด้านภาพถ่ายและวิดีโอจาก Istanbul Bilgi University จากนั้นก็ได้ย้ายมาที่สหรัฐอเมริกาเพื่อศึกษาปริญญาโทใบที่สองด้านมีเดียอาร์ตใน University of California in Los Angeles (UCLA) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ปลุกปั้นให้เขาเริ่มมีชื่อเสียงในวงการศิลปะและเปิดโลกการสร้างสรรค์ในมุมมองใหม่ๆ ผ่านเทคโนโลยี จนปัจจุบันเขาได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ Microsoft Research's Best Vision Award, German Design Award, SEGD Global Design Awards, Google's Art and Machine Intelligence Artist Residency Award ฯลฯ
.
งานของ Refik Anadol ให้สำคัญกับความสัมพันธ์ของพื้นที่ สิ่งมีชีวิตและเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากกับคนในปัจจุบัน แต่คนจำนวนมากก็ยังไม่เห็นมิติด้านสุนทรียศาสตร์ที่เกิดจากเทคโนโลยี เขาจึงได้สร้างนิยามใหม่ในการสร้างสรรค์ว่า “Post-digital Architecture” หรือสถาปัตยกรรมหลังยุคดิจิทัล เป็นสุนทรียภาพแบบใหม่ที่สิ่งมีชีวิต อัลกอริทึมเครื่องจักรสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างงดงาม ด้วยการใช้เทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบ อาทิ Immersive Technology, Machine Learning รวมถึง AI เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมอันสวยงามจากข้อมูลมหาศาลที่เรียกว่า ศิลปะสาธารณะเสมือนจริง (Public Immersive Art) และเมื่อได้รู้จักตัวตนและแนวคิดในการทำงานของเขาแล้ว เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นเราจึงได้หยิบยกผลงานสำคัญมาให้รู้จักเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
.
Wind of Boston: Data Paintings
.
ผลงานสร้างชื่อของ Refik Anadol ชิ้นแรกบนเวทีโลกมีชื่อว่า “Wind of Boston: Data Paintings” และยังเป็นผลงานอันดับต้นๆ ที่นำ Data มาใช้ในกระบวนการสร้างสรรค์งาน โดยแนวคิดของงานชิ้นนี้มาจาก การทำให้ลมเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผ่านเรื่องราว 4 บทในรูปแบบจิตรกรรมข้อมูล ได้แก่ Hidden Landscapes, Porcelain Memories, Sea Breeze และ Gust in the City ซึ่งเป็นการจับคลื่นกระแสลมจริง จากในบรรยากาศต่างๆ ในบอสตันมาทำให้ปรากฏเป็นภาพผ่านการพัฒนาซอฟต์แวร์ของทีมเอง ปัจจุบันงานชิ้นนี้ตั้งอยู่ใน 100 Northern Avenue ซึ่งติดอยู่กับบริเวณท่าเรือในเมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมี The Fallon Company เป็นผู้ดูแลงานชิ้นนี้
.
Quantum Memories
.
ก่อนหน้านี้เราได้รู้จักผลงานที่บุกเบิกทางในวงการกันมาแล้ว ถัดมาเราจึงอยากให้ทุกคนรู้จักงานที่ใช้นวัตกรรมอย่าง Machine Learning หรือ AI เข้ามาสร้างสรรค์งานศิลปะกันบ้าง หนึ่งในงานที่น่าสนใจคืองานที่มีชื่อว่า “Quantum Memories” เป็นงานที่ใช้ข้อมูลวิจัยการคำนวณควอนตัมและอัลกอริทึมที่ล้ำสมัยที่สุดของ Google AI เพื่อนำมาประมวลผลภาพธรรมชาตินับ 200 ล้านรูป แล้วมาแสดงผลให้เป็นภาพที่สวยงามจากฝีมือของ AI เอง ซึ่งกระบวนการสร้างสรรค์งานชิ้นนี้มาจากแนวคิดที่พยายามทำความเข้าใจว่า เทคโนโลยีมีความรู้สึกหรือจิตวิญญาณในการสร้างสรรค์เหมือนกับมนุษย์หรือไม่ เป็นคำถามใหญ่ที่กำลังถูกพิสูจน์ด้วยผลงานศิลปะของเขาเอง
.
Sense of Space and Molecular Architecture
.
ผลงานชิ้นล่าสุดของเขาที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการศิลปะอีกครั้งคืองานที่มีชื่อว่า “Sense of Space and Molecular Architecture” งานนี้เป็นการบูรณาการศาสตร์ด้านเทคโนโลยีการแพทย์และศิลปะเข้ามาผสมผสานกันได้อย่างสวยงาม โดยเขาได้ทำงานร่วมกับนักวิจัยด้านชีววิทยาเพื่อค้นหาโครงสร้างข้อมูลในร่างกายที่มีความซับซ้อนมาสร้างเป็นผลงานศิลปะ ด้วยการผสมผสานข้อมูลที่มาจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ อย่าง microscopy (FIB-SEM) หรือ fMRI scans มาให้ AI เรียนรู้และประมวลผลภาพออกมาเป็นงานในรูปแบบ Molecular Architecture หรือสถาปัตยกรรมโมเลกุล ซึ่งเป็นงานที่มีทั้งรูปแบบ 2 มิติ 3 มิติและวีดีโอ เพื่อให้เห็นทั้งความงามและความไม่สมบูรณ์ของร่างกายมนุษย์ โดยงานชิ้นนี้ยังได้จัดแสดงที่งาน Venice Architecture Biennale ในปี 2021 และยังเป็นหัวข้อสำคัญในการเสวนาอีกด้วย เพราะถือว่าเป็นก้าวสำคัญของวงการศิลปะที่ได้ใช้นวัตกรรมเข้ามาสำรวจร่างกายของตัวเอง
.
เต็มอิ่มกันอย่างแน่นอน สำหรับใครที่ชื่นชอบผลงานศิลปะที่ใช้นวัตกรรมในการสร้างสรรค์ จากทั้งหมดที่ได้กล่าวมาจะเห็นได้ว่า แม้แต่วงการศิลปะที่ใครๆ ก็ต่างคิดกันว่าเป็นจิตวิญญาณของมนุษย์ ในเวลานี้เราอาจต้องทบทวนวิธีคิดกันใหม่ เพราะเทคโนโลยีในปัจจุบันก็พร้อมที่จะเรียนรู้จิตวิญญาณในการสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา
.
ถ้าคุณอยากรู้จัก Refik Andol เพิ่มเติม สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์รวบรวมผลงานของเขาได้เลย > https://refikanadol.com/
.
ติดตามคอนเทนต์ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และสตาร์ทอัพที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่
https://www.nia.or.th/article/blog.html
#InnovationPossible #นวัตกรรมใครๆก็ทำได้ #NIA #MARTech #AI #MachineLearning #MediaArt #RefikAnadol
ข้อมูลอ้างอิงจาก :
https://www.widewalls.ch/magazine/interdisciplinary-artist
https://refikanadol.com/
https://www.wired.com/story/artist-refik-anadol-turns-data-art-help-ai/
ภาพจาก : refikanadol.com