
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

การให้บริการของ NIA

ความเคลื่อนไหวของ NIA

ช่องทางในการติดต่อกับ NIA
วิวัฒนาการของวรรณกรรมและสื่อละครไทย จากหน้ากระดาษสู่นวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัล

ความบันเทิงในรูปแบบ "เรื่องเล่า" ของสังคมไทยมีประวัติศาสตร์การเปลี่ยนผ่านที่สัมพันธ์กับเทคโนโลยีการสื่อสารอย่างแนบแน่น วรรณกรรมและสื่อละครไทย มีการเปลี่ยนผ่านกันมาหลายยุคสมัย โดยแต่ละยุคนั้นก็มีจุดเด่นและความสวยงามของภาษาที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป จากยุคของการเล่าขานด้วยปากเปล่าสู่การจารึกผ่านบทประพันธ์ และการก้าวกระโดดครั้งสำคัญของงานเขียนเมื่อมีการเข้ามาของอุตสาหกรรมการพิมพ์ ในช่วงปี พ.ศ. 2450 เป็นต้นมา ที่นวนิยายและงานวรรณกรรมนั้นได้แพร่หลายมากขึ้น ผ่านรูปแบบของเรื่องสั้นในหน้าหนังสือพิมพ์ ภายหลังได้มีการจัดตั้งสถานีวิทยุ ทำให้นวนิยายได้มีการนำเสนอในรูปแบบของละครเพลง และละครวิทยุ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง พ.ศ. 2510-2530 จนมาถึงปัจจุบันที่เทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามาทลายขีดจำกัดด้านพื้นที่สื่อและเวลา ทำให้วรรณกรรมและละครไทยไม่ได้เป็นเพียงสื่อเพื่อความบันเทิง แต่เป็น "วัฒนธรรมดิจิทัล" ที่ปรับตัวไปตามจังหวะและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคสมัยใหม่
ในอดีต วรรณกรรมไทยมีลักษณะเป็น "สื่อแนวดิ่ง" ที่ถูกคัดกรองผ่านบรรณาธิการและสำนักพิมพ์ ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์มักมีรูปแบบที่เป็นมาตรฐาน ทั้งในแง่ของภาษาและโครงสร้างเรื่อง หนังสือพิมพ์ นิตยสารรายสัปดาห์ และรายเดือนทำหน้าที่เป็นพื้นที่หลักในการเผยแพร่นิยายแบบตอนต่อตอน ซึ่งสร้างวัฒนธรรมการรอคอยและการรวมกลุ่มของนักอ่านรอบแผงหนังสือ เมื่อนิยายเหล่านี้ได้รับความนิยม จะถูกนำไปต่อยอดเป็นละครโทรทัศน์ผ่านสถานีหลัก ซึ่งเป็นยุคที่สื่อสารมวลชนมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการกำหนดรสนิยมของผู้ชม ละครไทยในยุคนั้นจึงมักมีเนื้อหาที่ตอบสนองต่อคนกลุ่มใหญ่ โดยมีโครงสร้างการผลิตที่ชัดเจนและใช้เวลานานในการเปลี่ยนผ่านจากตัวอักษรสู่ภาพเคลื่อนไหว ต่อมา การเข้ามาของอินเทอร์เน็ตได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญในการลดบทบาทของงานเขียนที่มีแบบแผนแบบเดิม ๆ มาสู่แพลตฟอร์มการเขียนแบบออนไลน์ช่วยให้นักเขียนหน้าใหม่สามารถนำเสนอผลงานสู่สาธารณะได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านการคัดเลือกจากสำนักพิมพ์ สิ่งนี้ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงาน ที่มีความหลากหลายสูงกว่ายุคสิ่งพิมพ์ และมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวรรณกรรมหันไปเพิ่มการลงทุนในช่องทางออนไลน์มากขึ้น ถึงร้อยละ 72 ทั้งทางเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์แอด หรือร้านค้าออนไลน์ (สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย, 2560: 11) เพื่อใช้เป็นช่องทางการจำหน่ายและประชาสัมพันธ์ จนเกิดการสร้างตลาดกลางบนโลกออนไลน์สำหรับซื้อ-ขาย ในลักษณะของแพลตฟอร์มอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเปิดพื้นที่ให้นักเขียนอิสระ ไม่ว่าจะมืออาชีพหรือสมัครเล่น ก็สามารถเข้ามาเผยแพร่นิยายของตัวเองได้ เพื่อสร้างรายได้จากการขายในแต่ละตอน โดยที่ผู้อ่านก็สามารถเลือกใช้บริการแพลตฟอร์มตามความต้องการของตัวเองได้ ทั้งยังสามารถสนับสนุนนักเขียนผ่านการซื้อนิยายแต่ละตอนหรือทำการบริจาคให้แก่นักเขียนที่ชื่นชอบเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไป
วรรณกรรมดิจิทัลในยุคแรกเริ่มได้เปลี่ยนปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เขียนและผู้อ่านไปอย่างสิ้นเชิง ผู้อ่านไม่ได้เป็นเพียงผู้รับสาร แต่สามารถมีส่วนร่วมผ่านการแสดงความคิดเห็นในแต่ละตอน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินเรื่อง ทำให้นักเขียนสามารถปรับพล็อตเรื่องได้ตามการตอบรับในทันที เกิดเป็นลักษณะของการเล่าเรื่องแบบร่วมสร้าง (Co-creation) ในระดับหนึ่ง โดยมีเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายที่มีจำนวนผู้ใช้งาน มากกว่า 500,000 คนต่อวัน โดยมีบัญชีที่ลงทะเบียนเป็นนักเขียน 500,000 บัญชี ซึ่งทำให้เนื้อหาของนิยายที่นำเสนอจึงเป็นการเผยแพร่มาจากบุคคลหลายกลุ่มที่เป็นนักเขียนอิสระ มีทั้งเยาวชน วัยทำงาน หรือมาจากหลากหลายอาชีพที่บางครั้งได้มีการตีแผ่เรื่องราวของตัวเองผ่านตัวละครและเนื้อหาของนิยาย
เมื่อนิยายดิจิทัลกลายเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ผู้ผลิตสื่อละครและซีรีส์จึงเปลี่ยนเป้าหมายจากนิยายแบบเดิม มาสู่นิยายออนไลน์ที่มีฐานแฟนคลับแน่นแฟ้นอยู่แล้ว การดัดแปลงนิยายออนไลน์สู่รูปแบบซีรีส์กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะเนื้อหาเฉพาะกลุ่มที่เคยถูกมองข้ามในยุคโทรทัศน์อนาล็อก เช่น นิยาย Boys Love (BL) หรือ Girls Love (GL) ที่เราเรียกกันว่านิยายวาย (Y) ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มแฟนคลับแถบเอเชีย และเทคโนโลยีการสตรีมมิ่งช่วยให้ละครไทยก้าวข้ามขีดจำกัด เนื้อหาไม่ได้ถูกจำกัดความยาวหรือเวลาฉายอีกต่อไป ส่งผลให้ผู้ผลิตกล้าที่จะทดลองแนวนิยายที่แปลกใหม่ เช่น แนวสืบสวนสอบสวนไซไฟ หรือประเด็นความหลากหลายทางสังคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าวรรณกรรมและละครไทยกำลังทำหน้าที่เป็นกระจกเงาที่สะท้อนความซับซ้อนของสังคมยุคใหม่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
อาจเรียกได้ว่า การเปลี่ยนผ่านของงานวรรณกรรมไทยที่เข้ามาสู่ระบบดิจิทัลนั้น สร้างความหลากหลายทั้งทางด้านเนื้อหา แนวคิด และวิธีการนำเสนอ ส่งผลให้พฤติกรรมของนักเขียนและผู้อ่านนั้นเปลี่ยนไป ช่วยทำให้เกิดระบบนิเวศเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (creative economy ecosystem) ซึ่งสร้างรายได้มากมายให้กลุ่มนักเขียนอิสระ และอุตสาหกรรม Y ในวงการนิยายและละครไทย ปัจจุบันเราไม่ได้เพียงแค่ทำการอ่านนิยายผ่านหน้าจอ แต่เรากำลังสัมผัสกับนวัตกรรมการอ่านในรูปแบบใหม่ ๆ เช่น
ซึ่งรูปแบบการนำเสนอเรื่องราวผ่านนิยายแชท ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของวงการแพลตฟอร์มนิยายไทย เพราะด้วยรูปแบบการอ่าน ที่ตอบโจทย์ต่อการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียน วัยทำงาน หรือวัยอื่น ๆ ก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย รวมไปถึงตัวแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนารูปแบบของฟังก์ชันให้นักเขียนและนักอ่านได้มีตัวเลือกในการสร้างสรรค์ที่หลากหลาย เพราะสามารถเผยแพร่ได้ทั้งแบบนิยายบรรยาย นิยายแชท หรือจะเป็นการผสมผสานระหว่างรูปแบบบรรยายและแบบแชทก็สามารถทำได้ ซึ่งรูปแบบการให้บริการของแพลตฟอร์มช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในวงการนิยายไทยมาขึ้น พร้อมกับการผลักดันนวัตกรรมซอฟต์พาวเวอร์ให้ประเทศไทยผ่านการนำไปพัฒนาต่อเป็นซีรี่ย์ หรือละครสั้น รวมไปถึงความนิยมจากกลุ่มแฟนคลับทั่วโลกต่อกระแสของซีรี่ย์ BL หรือ GL ไทยเอง และไทยนั้นยังถือเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม Y ที่สำคัญของเอเชีย ที่มีการผลิตสื่อสร้างสรรค์และเนื้อหา ให้มีความหลากหลายและส่งเสริมให้ความหลากหลายนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกในสังคม ผ่านการผลิตสื่อนิยายและพัฒนาสู่ละครหรือซีรี่ย์
แม้การเข้าถึงจะง่ายขึ้น แต่ความท้าทายใหม่ก็เกิดขึ้นตามมา ทั้งในด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่ทำได้ยากขึ้นในโลกออนไลน์ ข้อมูลที่ปราศจากการคัดกรองในแง่ของความเหมาะสมและความรุนแรง และภาวะข้อมูลที่มากมายจนเกินไปที่ทำให้ผลงานที่มีคุณภาพอาจถูกกลืนหายไปได้ง่ายหากขาดกลยุทธ์การสื่อสารที่ดี นอกจากนี้ ความรวดเร็วของสื่อดิจิทัลยังทำให้นักเขียนและผู้ผลิตต้องเผชิญกับแรงกดดันในการผลิตผลงานให้ทันต่อความต้องการของตลาด ซึ่งอาจส่งผลต่อความประณีตของศิลปะการประพันธ์ในระยะยาว โดยประเด็นความท้าทายเหล่านี้ คือช่องว่างที่จะนำนวัตกรรมเข้ามาเติมเต็ม
วิวัฒนาการของวรรณกรรมและสื่อละครไทยจากหน้ากระดาษสู่นวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัล คือบทพิสูจน์ถึงความสามารถในการปรับตัวของวรรณกรรมไทยให้ก้าวทันต่อบริบทโลก แม้รูปแบบการนำเสนอจะเปลี่ยนจากหมึกบนกระดาษมาเป็นแบบดิจิทัล แต่หัวใจสำคัญของ "เรื่องเล่า" ยังคงเดิม คือการเชื่อมโยงความรู้สึกและสร้างประสบการณ์ร่วมกันของผู้คนในสังคม การเปลี่ยนผ่านนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนเทคโนโลยี แต่คือการขยายแนวคิดและจินตนาการของกลุ่มคนในโลกแห่งวรรณกรรมไทยให้กว้างไกลและไร้ขีดจำกัดยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา รวมทั้งยังสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและโอกาสจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้อย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม ประเด็นผลกระทบเชิงลบทางสังคมในมิติต่าง ๆ ก็ควรถูกหยิบยกมาพิจารณาควบคู่กันไปด้วย เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากปัญหาในระยะยาวหากการเปลี่ยนผ่านนี้มิได้มองให้รอบด้านก่อนจะขับเคลื่อนต่อไป
บทความโดย
ดิธาดา ศรีวิเศษ
นักพัฒนานวัตกรรม ฝ่ายสนับสนุนการเงินนวัตกรรมรายพื้นที่
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)