สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
Search
color contrast
Normal
Black & White
Black & Yellow
font size

#เมื่อทั่วโลกเปิดศึกชิงคนเก่ง ประเทศไทยก็พร้อมผลักดันนโยบายที่ดึงดูดคนทำงานจากทุกประเทศ

บทความ 29 มิถุนายน 2565 1,810

#เมื่อทั่วโลกเปิดศึกชิงคนเก่ง ประเทศไทยก็พร้อมผลักดันนโยบายที่ดึงดูดคนทำงานจากทุกประเทศ


#เมื่อทั่วโลกเปิดศึกชิงคนเก่ง ประเทศไทยก็พร้อมผลักดันนโยบายที่ดึงดูดคนทำงานจากทุกประเทศ

หลังจากที่ทั่วโลกเริ่มเปิดเมือง เปิดประเทศกันแล้ว ประเทศต่างๆ ก็มีการติดสปีดขับเคลื่อนเศรษฐกิจกันอย่างเข้มข้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ หลายๆ ประเทศเริ่มดึงดูด Tech Talent หรือคนเก่งๆ เข้ามาในประเทศมากขึ้น หรือแม้แต่กระแสคนทำสตาร์ทอัพที่ไม่ได้หยุดการทำงานแค่ในประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น ประเทศไทยจึงพร้อมเดินหน้าผลักดันนโยบายเพื่อดึงดูดคนทำงาน โดยเฉพาะสตาร์ทอัพและนักลงทุนมากขึ้น ผ่านนโยบายและโครงการต่างๆ

เพื่อคลายทุกข้อสงสัยและทำความรู้จักนโยบายและโครงการต่างๆ เหล่านี้ร่วมกัน! รายการ #NIAnatomy Episode ที่ 8 จึงพาทุกคนมาพูดคุยกับ “คุณดิว อติกานต์ สุทธิวงษ์” นักส่งเสริมนวัตกรรม ฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม จากทีม “Global Startup Hub” ว่ามีกลไกในเชิงนโยบายและโครงการอะไรบ้างที่จะช่วยดึงดูดคนทำงานสตาร์ทอัพและนักลงทุนจากประเทศต่างๆ เข้ามาในประเทศมากขึ้น

🎧 ฟังเรื่องราวแบบเต็มๆ ได้ที่ https://soundcloud.com/niathailand/ep8-nianatomy-podcast

"จากมุมมองโลก ประเทศไทยมีจุดเด่นหลายอย่าง ทั้งในเรื่อง Cost of Living, Supply Chain และ Investment Value มากที่สุดในภูมิภาค"

หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า แล้วทำไมคนทั่วโลกถึงควรที่จะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย เพราะในเมื่อประเทศอื่นๆ ต่างมีนโยบายและการส่งเสริมสตาร์ทอัพและนักลงทุนต่างชาติเช่นเดียวกัน หากมองในเชิงภูมิเศรษฐศาสตร์หรือกางแผนที่แล้วปักธงลงในภูมิภาคนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นหลายอย่างมาก

ตั้งแต่เรื่อง Cost of Living ในมุมชาวต่างชาติที่เข้ามาในไทย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพไม่สูงมาก สามารถเริ่มต้นทำธุรกิจได้ง่าย แถมมีสภาพแวดล้อมการทำงานแบบสบายๆ สำหรับในด้าน Supply Chain ก็มีความเข้มแข็ง เรามีบริษัทชั้นนำด้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เช่น ThaiBev, Thai Union, Mitr Phol Group ฯลฯ ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรูปแบบ BCG Model นอกจากนี้ยังมี Investment Value หรือสัดส่วนการลงทุนที่มากและเยอะที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

โดยภาคเอกชนไทยมีสัดส่วนการลงทุนสำหรับการวิจัยและพัฒนาเป็นอันดับ 1 สองปีซ้อนจากผลการจัดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index: GII) ในปี 2563 และปี 2564 รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนระบบนิเวศสตาร์ทอัพของภาครัฐที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จากผลการจัดอับดันดัชนีระบบนิเวศทางสตาร์ทอัพโลก (Global Startup Ecosystem Index) โดย Startupblink

ปีนี้ประเทศไทยได้อันดับที่ 53 ของโลก จาก 100 ประเทศ โดยมีหัวเมืองชั้นนำอย่าง กรุงเทพฯ (99) ภูเก็ต (547) เชียงใหม่ (567) และพัทยา (864) ติดอันดับ 1,000 เมืองที่มีระบบนิเวศทางสตาร์ทอัพที่ดีที่สุดของโลก จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมประเทศไทยเป็นอีกหมุดหมายหนึ่งที่คนทำสตาร์ทอัพและนักลงทุนจากทั่วโลกอยากเดินทางเข้ามาทำงานที่นี่

"ปัจจุบันประเทศไทยเริ่มปลดล็อกมากขึ้น มี Smart Visa สำหรับคนทำงานสตาร์ทอัพ และนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำธุรกิจในไทย"

จากเดิมที่ประเทศไทยเคยมีข้อจำกัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมาย หรือเงื่อนไขในการดำเนินธุรกิจในประเทศ ทำให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในไทยต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดมากมาย วันนี้ประเทศไทยเริ่มปลดล็อกมากขึ้นแล้ว โดยมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกับ NIA ได้ผลักดัน  “Smart Visa” สำหรับคนทำงานสตาร์ทอัพและนักลงทุนต่างชาติขึ้นมา เพื่อให้สามารถเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทย

ซึ่ง Smart Visa นี้สามารถรองรับสถานะบุคคลในหลายรูปแบบ ดังนี้

1. Type S “กลุ่มคนทำสตาร์ทอัพ”
2. Type T “กลุ่ม Tech Talent หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่อยู่ภายใต้บริษัทต่างๆ”
3. Type E “กลุ่ม Executive หรือผู้บริหาร”
4. Type I “กลุ่มนักลงทุน”
5. Type O “กลุ่มครอบครัวของคนทำงานสตาร์ทอัพ เช่น สามี ภรรยา บุตร”

ศึกษาเรื่อง “Smart Visa” เพิ่มเติมได้ที่ > https://smart-visa.boi.go.th/smart/

"นอกจากนี้ NIA ยังสร้าง Community ที่มีชื่อว่า “Global Startup Hub” ช่วยซัพพอร์ตผู้ประกอบการให้รันธุรกิจได้ราบรื่นขึ้นแบบ One Stop Service”

ไม่จบแค่เรื่องวีซ่า! เพราะ NIA ยังพร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพจากทุกประเทศ ด้วยการสร้าง Community ที่มีชื่อว่า “Global Startup Hub” ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกแบบ One Stop Service ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาเรื่องการทำธุรกิจในประเทศไทย กิจกรรมบ่มเพาะผู้ประกอบการนวัตกรรม กิจกรรมสร้างเครือข่าย ไปจนถึงการช่วยเชื่อมโยงกับนักลงทุนหรือบริษัทและหน่วยงานต่างๆ ในประเทศ เพราะ NIA มีเครือข่ายที่ทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน หลายแห่ง ติดขัดส่วนไหนก็พร้อมประสานให้ได้ทันที!

โดย Hub ของเรามีทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อให้สตาร์ทอัพจากทุกประเทศได้มาแลกเปลี่ยนไอเดียกัน ผ่านการจัดกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ เช่น Tech & The City, Bangkok Startup Day หรือแม้แต่งาน SITE 2022 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23-25 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ทำความรู้จัก “Global Startup Hub” เพิ่มเติมได้ที่นี่ > https://www.facebook.com/GlobalStartupHubTH