homekeyboard_arrow_rightLet’s Plant Meat ความอร่อย กับภารกิจ ‘กินเปลี่ยนโลก’

Let’s Plant Meat ความอร่อย กับภารกิจ ‘กินเปลี่ยนโลก’


“ถ้าลดปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์ลงได้ เราอาจจะสูดอากาศได้เต็มปอดกว่านี้”


เราอาจจะคิดว่ามลพิษทางอากาศเป็นผลมาจากการใช้รถใช้ถนนและการก่อสร้าง แต่สาเหตุที่ใหญ่กว่าของฝุ่นควันก็คือการเผาพื้นที่ทางการเกษตร โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ที่มีการเผาแปลงข้าวโพด ที่ถูกนำไปใช้เลี้ยงสัตว์เพื่อนำมาให้พวกเรารับประทาน


 “คุณสมิต ทวีเลิศนิธิ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิธิฟู้ดส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องเทศและเครื่องปรุงรสในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าปัญหาเรื่องฝุ่นควันนี้เป็นปัญหาเรื้อรังที่แก้กันไม่หายมากว่า 7-8 ปี นอกจากทางภาครัฐจะเข้าไปจัดการ ‘คนบนดอย’ ให้ห้ามเผาแล้ว เขามองว่า ‘คนในเมือง’ ควรต้องช่วยลดปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์ลงด้วย เราถึงจะสามารถลดการเผาพื้นที่ทางการเกษตรได้อย่างแท้จริง


ด้วยความฝันที่ต้องการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง คุณสมิตจึงเริ่มค้นคว้าหาไอเดียอาหารทางเลือก ที่จะช่วยให้เราหันมาลดการทานเนื้อสัตว์ลงได้ ก่อนจะไปเจอเข้ากับผลิตภัณฑ์เบอร์เกอร์จากพืชพร้อมทาน (Plant-Based Meat Burger) ที่แม้จะกำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา แต่ก็มีราคาสูงกว่าเนื้อสัตว์หลายเท่านัก ทำให้คนไทยไม่นิยมบริโภคกัน จึงคิดอยากที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นเองเพื่อลดต้นทุนการนำเข้า

‘เบอร์เกอร์’ ลดฝุ่น แบบ Let’s Plant Meat

คุณสมิตและทีมนักวิจัยอาหารของนิธิฟู้ดส์ใช้เวลาร่วม 12 เดือน ในการพัฒนาเบอร์เกอร์เนื้อจากพืชจนสำเร็จ ออกมาภายใต้แบรนด์ “Let’s Plant Meat” ซึ่งทำขึ้นจากพืชหลักๆ 4 ชนิด ได้แก่ ถั่วเหลือง (จากแหล่งที่ไม่มี GMO) ข้าว มะพร้าว บีตรูต โดยใช้โปรตีนจะสกัดจากข้าวและถั่วเหลือง ส่วนน้ำมันมะพร้าวช่วยให้เนื้อมีความชุ่มฉ่ำ และสารสกัดจากบีตรูตให้สีสัน ก่อนจะนำไปผสมและขึ้นรูป และผ่านกระบวนการแช่เยือกแข็ง ให้ผลิตภัณฑ์สามารถเก็บไว้ในตู้แช่แข็งได้นานถึง 1 ปี


นอกจากเรื่องรสสัมผัสเหมือนเนื้อสัตว์แล้ว Let’s Plant Meat มีปริมาณโปรตีนสูง แถมยังไม่มีคอเรสเตอรอล ปราศจากไขมันสัตว์ รวมถึงไม่มีฮอร์โมนเร่งโตและยาปฏิชีวนะที่มักจะมีในเนื้อสัตว์ ซึ่งผู้บริโภคไม่ชอบ และที่สำคัญยังเป็นหนทางการผลิตอาหารที่สร้างความยั่งยืน โดยมีผลงานวิจัยจาก University of Michigan’s Center for Sustainable Systems ที่การันตีแล้วว่า การผลิตเบอร์เกอร์เนื้อจากพืชเช่นเดียวกับที่ Let’s Plant Meat ทำอยู่นี้ สามารถลดปริมาณมลพิษในอากาศ สาเหตุของภาวะเรือนกระจกได้ถึง 90% ใช้น้ำน้อยลง 99% รวมถึงใช้พลังงานในกระบวนการผลิตลดลง 45% เมื่อเทียบกับการผลิตเนื้อสัตว์อีกด้วย


โดยทั่วไปราคาของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จากพืชที่นำเข้ามาจากต่างประเทศจะอยู่ที่ 150-200 บาท แต่เพราะ Let’s Plant Meat สามารถผลิตขึ้นได้เองในประเทศ จึงทำให้มีต้นทุนถูกลงกว่าครึ่ง โดย Let’s Plant Meat เริ่มวางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำมากกว่า 150 สาขา ในราคาชิ้นละ 75 บาท และปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการต่อยอดผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากเนื้อเบอร์เกอร์ เพื่อให้เหมาะกับการปรุงอาหารของคนไทยมากขึ้น เช่น เนื้อบดจากพืช ไส้กรอก หรือไส้อั่วจากพืช รวมถึงขยายตลาดไปยังลูกค้ากลุ่มที่เป็นร้านสตรีทฟู้ดและร้านอาหาร


ถึงจะทำขึ้นมาจากพืชแบบ 100% แต่คุณสมิตเล่าให้กับเราฟังว่า Let’s Plant Meat ไม่ได้ผลิตขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนทานมังสวิรัติเท่านั้น เพราะเป้าหมายที่เขาหวังไว้ คือการได้นำเสนอนวัตกรรมอาหารให้กับกลุ่มคนที่ทานเนื้อสัตว์ในชีวิตประจำวัน ได้ลองหันมาบริโภคเนื้อจากพืชดูบ้าง สามารถอร่อยกับมื้ออาหารได้เหมือนเดิมแม้จะไม่มีเนื้อสัตว์เลยก็ตาม แถมยังดีต่อสุขภาพ และเปลี่ยนภาพจำเดิมๆ ที่ว่าอาหารจากพืชจะไม่อร่อย ไม่อิ่ม และมีราคาแพง


ไม่น่าเชื่อว่า แค่เปลี่ยนวิธีการ ‘กิน’ ก็ช่วยแก้ปัญหามลพิษได้ ไม่ต่างจากการหิ้วถุงผ้าไปช้อปปิ้ง…นับว่า Let’s Plant Meat เป็นอีกหนึ่งสตาร์ทอัพไทย ที่แสดงให้เราเห็นแล้วว่า ‘นวัตกรรม’ ไม่เพียงสร้างโอกาสธุรกิจใหม่ แต่เป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาสังคม และมีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คนได้อีกด้วย